อุตสาหกรรมการบินโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิด-19 เมื่อผู้บริหารระดับสูงของสายการบินทั่วโลกเปิดการประชุมสุดยอดประจำปีที่เมืองริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากสงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน
สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางไม่เพียงแต่ผลักดันให้ต้นทุนเชื้อเพลิงการบินสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้เส้นทางการบินหลายสายต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางเนื่องจากน่านฟ้าบางพื้นที่ถูกปิดกั้น สายการบินจึงต้องหาแนวทางรับมือผ่านการปรับขึ้นค่าโดยสารและการบริหารจัดการความจุที่นั่งให้เข้มงวดยิ่งขึ้น
แรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิง
ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงการบินเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของสายการบิน โดยปกติคิดเป็นสัดส่วนประมาณหนึ่งในสามของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไรของอุตสาหกรรม ซึ่งเพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวจากการสูญเสียมหาศาลในช่วงการระบาดของโควิด-19
การปิดกั้นน่านฟ้าในบางพื้นที่ยังบังคับให้สายการบินต้องบินเส้นทางอ้อมที่ยาวขึ้น ส่งผลให้ใช้เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นและเวลาเดินทางนานขึ้น สร้างต้นทุนเพิ่มเติมทั้งด้านการดำเนินงานและการบริการลูกค้า
กลยุทธ์รับมือของสายการบิน
เพื่อรักษาสมดุลทางการเงิน สายการบินหลายแห่งกำลังพิจารณามาตรการหลายประการเพื่อถ่ายทอดต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้โดยสาร ขณะเดียวกันก็พยายามรักษาความสามารถในการแข่งขันและความพึงพอใจของลูกค้า
- การปรับขึ้นค่าโดยสารอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
- การบริหารจัดการความจุที่นั่งให้เข้มงวดขึ้นเพื่อรักษาอัตราการบรรทุกผู้โดยสารให้สูง
- การปรับเส้นทางบินเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงและลดการใช้เชื้อเพลิง
- การเร่งเจรจาสัญญาซื้อเชื้อเพลิงล่วงหน้าเพื่อล็อกราคา
- การทบทวนความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางที่มีความต้องการต่ำ
การประชุมที่ริโอเดจาเนโรในครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญที่ผู้บริหารสายการบินจะได้แลกเปลี่ยนมุมมองและหาแนวทางร่วมกันในการรับมือกับความผันผวนของตลาดพลังงานและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่แน่นอน ซึ่งอาจกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมการบินในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
อ้างอิง: Bangkok Post (https://www.bangkokpost.com/business/general/3267234/airline-chiefs-grapple-with-fuel-shock-fare-test-at-rio-summit)



