ธนาคารกลางยุโรป (ECB) รายงานว่าทองคำได้ก้าวขึ้นมาเป็นสินทรัพย์สำรองอันดับหนึ่งของโลก แซงหน้าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ธนาคารกลางทั่วโลกเปลี่ยนทิศทางการถือครองสินทรัพย์สำรองมาสู่โลหะมีค่าชนิดนี้มากขึ้น โดยจีนถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดในขณะนี้
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงแนวโน้มที่ธนาคารกลางต่างๆ พยายามลดการพึ่งพาสินทรัพย์ที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และหันมาเพิ่มสัดส่วนทองคำในพอร์ตสำรองแทน ท่ามกลางมูลค่าทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและบทบาทของทองคำในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ปัจจัยหนุนความนิยมทองคำในระดับสำรอง
ธนาคารกลางยุโรปชี้ให้เห็นว่าการเพิ่มขึ้นของมูลค่าทองคำเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สินทรัพย์ชนิดนี้มีน้ำหนักมากขึ้นในพอร์ตสำรองของประเทศต่างๆ นอกจากนี้ ทองคำยังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในฐานะสินทรัพย์ที่ให้ความมั่นคงท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ
- มูลค่าทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
- ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ผลักดันให้ธนาคารกลางแสวงหาสินทรัพย์ปลอดภัย
- แนวโน้มการกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์ที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์
- ทองคำไม่มีความเสี่ยงด้านเครดิตเหมือนพันธบัตรรัฐบาล
- จีนเป็นหนึ่งในผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดในตลาดโลก
ผลกระทบต่อตลาดการเงินโลก
การที่ทองคำแซงหน้าพันธบัตรสหรัฐฯ มาเป็นสินทรัพย์สำรองอันดับหนึ่งของโลกส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของระบบการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อบทบาทของดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินสำรองหลักของโลกในระยะยาว แม้ว่าดอลลาร์ยังคงมีบทบาทสำคัญในการค้าและการเงินระหว่างประเทศ
สำหรับนักลงทุนและเทรดเดอร์ แนวโน้มนี้ชี้ให้เห็นถึงความต้องการทองคำที่แข็งแกร่งจากฝั่งธนาคารกลาง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะยาวต่อไป โดยเฉพาะในช่วงที่มีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองเพิ่มขึ้น การติดตามพฤติกรรมการซื้อทองคำของธนาคารกลางจึงเป็นสิ่งสำคัญในการวิเคราะห์ทิศทางตลาดโลหะมีค่า
อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3266403/china-among-top-gold-buyers-as-bullion-overtakes-us-treasuries-in-global-reserves-ecb)



