กระทรวงการคลังระบุว่าภาระการชำระดอกเบี้ยของรัฐบาลเมื่อเทียบกับรายได้รัฐบาล แม้จะมีการกู้เงินเพิ่มขึ้น 400,000 ล้านบาท ก็ไม่น่าจะเกินระดับที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน (Credit Rating Agencies) ยอมรับได้ การประเมินนี้สะท้อนถึงความมั่นใจของภาครัฐในการบริหารจัดการหนี้สาธารณะท่ามกลางสภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลง

อัตราดอกเบี้ยลดลงช่วยบรรเทาภาระการเงิน

แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดภาระการชำระดอกเบี้ยของภาครัฐ แม้ว่ารัฐบาลจะมีแผนกู้เงินเพิ่มเติมจำนวนมากเพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาและกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้นทุนการกู้ยืมที่ต่ำลงทำให้อัตราส่วนดอกเบี้ยต่อรายได้รัฐบาลยังคงอยู่ในกรอบที่จัดการได้

การรักษาอัตราส่วนนี้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อการรักษาอันดับเครดิตของประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการกู้ยืมในอนาคตและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ สถาบันจัดอันดับเครดิตมักใช้ตัวชี้วัดนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการประเมินความยั่งยืนทางการคลังของประเทศ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารหนี้สาธารณะ

  • แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกและภูมิภาคที่ปรับตัวลดลง
  • ความสามารถในการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลที่เป็นตัวหารสำคัญ
  • โครงสร้างอายุหนี้และกลยุทธ์การออกตราสารหนี้ของกระทรวงการคลัง
  • การรักษาวินัยทางการคลังและกรอบการขาดดุลงบประมาณ
  • ความเชื่อมั่นของสถาบันจัดอันดับเครดิตต่อนโยบายการคลังไทย

การกู้เงิน 400,000 ล้านบาทนี้คาดว่าจะถูกนำไปใช้ในโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหากดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพอาจช่วยเพิ่มฐานรายได้ในระยะยาวและลดอัตราส่วนหนี้ต่อ GDP ในที่สุด นักวิเคราะห์มองว่าการบริหารจัดการหนี้สาธารณะของไทยยังอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค

อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3254783/interest-decline-eases-state-payment-burden)