นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งการถึงเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยประจำประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป ให้เร่งรัดการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (EU FTA) ขณะที่นายกฯ อยู่ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการขยายความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนกับกลุ่มประเทศที่มีขนาดตลาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ความสำคัญของ FTA ไทย-EU ต่อเศรษฐกิจ

ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปถือเป็นหนึ่งในวาระสำคัญทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เนื่องจากสหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป การลดอุปสรรคทางการค้าและภาษีจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดยุโรป

การเจรจา FTA ที่เร็วขึ้นอาจส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในภาคการผลิตและบริการที่ต้องการความแน่นอนทางกฎระเบียบการค้า นอกจากนี้ยังอาจดึงดูดการลงทุนจากบริษัทยุโรปที่มองหาฐานการผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาดการเงิน

  • ความคืบหน้าของการเจรจา FTA อาจหนุนความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มส่งออก
  • ค่าเงินบาทอาจได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์การไหลเข้าของเงินลงทุนต่างชาติ
  • ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารอาจได้ประโยชน์โดยตรงจากการลดภาษีนำเข้า
  • ความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้นอาจช่วยลดความผันผวนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
  • การเปิดตลาดทั้งสองฝ่ายอาจสร้างโอกาสใหม่ให้กับภาคบริการและเทคโนโลยี

สำหรับนักเทรดและนักลงทุน การติดตามความคืบหน้าของการเจรจา FTA ไทย-EU ถือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางของตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มส่งออกและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอาจมีผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในระยะกลางถึงยาว การประกาศความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมอาจกระตุ้นการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติและเพิ่มสภาพคล่องในตลาด

อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3260764/pm-urges-europe-envoys-to-hasten-eu-trade-talks)