ดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SME ไทยยังคงอยู่ในภาวะกดดัน โดยลดลง 0.8 จุดมาอยู่ที่ระดับ 45.1 ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ตามรายงานจากสถาบันกลยุทธ์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) การหดตัวของดัชนีสะท้อนถึงความท้าทายที่ผู้ประกอบการ SME ต้องเผชิญอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังไม่เอื้ออำนวย
ต้นทุนและสภาพคล่องเป็นประเด็นหลัก
ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบการ SME กำลังเผชิญปัญหาสำคัญสองด้าน ได้แก่ ภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้น และปัญหาสภาพคล่องทางการเงินที่จำกัด ผู้ประกอบการจำนวนมากเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือ โดยเฉพาะการลดภาระต้นทุนและสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ค่าดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคธุรกิจ SME อยู่ในภาวะหดตัว ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังฟื้นตัวอย่างช้าๆ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ SME ที่ถือเป็นกระดูกสันหลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย
ปัจจัยกดดันความสามารถแข่งขัน
- ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสภาพคล่องที่จำกัด
- กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
- การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
- ความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลก
การสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าภาค SME ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการจ้างงานและ GDP ของประเทศ ยังต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะมาตรการที่ช่วยลดภาระต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำ เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืนและสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3297705/smes-struggle-as-business-outlook-remains-subdued)



