ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ออกมาประเมินแนวโน้มเงินบาทว่าจะยังคงอยู่ในสภาวะอ่อนค่าตลอดช่วงที่เหลือของปี 2026 แม้ว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินจะปรับตัวแข็งค่าขึ้นบ้างจากแรงหนุนของปัจจัยภายนอก การคาดการณ์นี้สะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังต่อความสามารถในการฟื้นตัวของสกุลเงินไทยท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ยังคงอยู่
แรงกดดันจากปัจจัยโครงสร้าง
การประเมินของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดชี้ให้เห็นว่าแม้เงินบาทจะได้รับแรงหนุนชั่วคราวจากปัจจัยต่างประเทศในช่วงสั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศยังไม่เอื้อต่อการแข็งค่าอย่างยั่งยืน ความอ่อนแอของเงินบาทสะท้อนถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อสกุลเงิน
การฟื้นตัวของค่าเงินบาทในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก โดยไม่ได้มาจากการปรับปรุงของปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศ สถานการณ์นี้ทำให้การแข็งค่าของบาทมีลักษณะเป็นการปรับฐานชั่วคราวมากกว่าการกลับตัวอย่างแท้จริง นักวิเคราะห์จึงมองว่าแนวโน้มระยะยาวยังคงเป็นไปในทิศทางอ่อนค่า
ผลกระทบต่อตลาดการเงิน
- นักส่งออกได้รับประโยชน์จากความสามารถในการแข่งขันด้านราคาที่เพิ่มขึ้น
- ต้นทุนการนำเข้าและหนี้ต่างประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้น
- ความผันผวนของค่าเงินสร้างความท้าทายต่อการวางแผนทางธุรกิจ
- นักลงทุนต่างชาติอาจชะลอการลงทุนในสินทรัพย์ไทย
- ธนาคารกลางอาจต้องปรับกลยุทธ์นโยบายการเงินเพื่อรับมือ
การคาดการณ์ของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเป็นสัญญาณสำคัญสำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการที่ต้องวางแผนการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ความไม่แน่นอนของค่าเงินบาทในช่วงที่เหลือของปีอาจส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนและการดำเนินธุรกิจข้ามพ้นแดน โดยเฉพาะในภาคส่งออกและการท่องเที่ยวที่มีความอ่อนไหวต่อการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน
อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3297730/stanchart-sees-weak-baht-for-rest-of-2026)



