กระทรวงการคลังไทยคาดว่าโครงการออมเกษียณรูปแบบใหม่ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ชื่อ Thailand Individual Savings Account (TISA) จะเริ่มใช้งานได้ในปีภาษีถัดไป ตามที่หัวหน้าสำนักงานนโยบายการคลัง (FPO) ได้ให้ข้อมูล แผนดังกล่าวมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนสร้างหลักประกันทางการเงินระยะยาวผ่านกลไกลดหย่อนภาษี
โครงสร้างและเป้าหมายของ TISA
TISA ถูกออกแบบเป็นบัญชีออมทรัพย์ส่วนบุคคลที่มอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับผู้ออมเพื่อการเกษียณอายุ ซึ่งแตกต่างจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนรวมเพื่อการเกษียณอายุที่มีอยู่ในปัจจุบัน โครงการนี้มุ่งเน้นให้ความยืดหยุ่นมากขึ้นในการบริหารจัดการเงินออมของแต่ละบุคคล
การเปิดตัว TISA ในปี 2027 สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสังคมสูงวัยที่กำลังเพิ่มขึ้นในประเทศไทย โดยส่งเสริมให้ประชาชนวางแผนการเงินส่วนตัวสำหรับวัยเกษียณอย่างเป็นระบบมากขึ้น
ผลกระทบต่อตลาดการเงินและผู้ลงทุน
- เพิ่มทางเลือกในการวางแผนภาษีและการออมระยะยาวให้กับผู้มีรายได้
- กระตุ้นกระแสเงินเข้าสู่ตลาดทุนผ่านช่องทางการออมที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
- สร้างโอกาสให้สถาบันการเงินพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ
- ส่งเสริมวินัยทางการเงินและการออมระยะยาวในหมู่ประชากรวัยทำงาน
- อาจส่งผลต่อการปรับพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนรายย่อยในระยะยาว
นักวิเคราะห์ตลาดมองว่าการเปิดตัว TISA อาจสร้างแรงหนุนให้กับตลาดทุนไทยในระยะกลางถึงยาว เนื่องจากเงินออมส่วนหนึ่งจะไหลเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์และตราสารหนี้ ขณะเดียวกันก็ช่วยลดภาระทางการคลังของรัฐในการดูแลผู้สูงอายุในอนาคต อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวงเงินลดหย่อนภาษีและเงื่อนไขการถอนเงินยังคงรอการประกาศอย่างเป็นทางการ
อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3260388/retirement-savings-plan-tipped-for-2027)



