PTT Oil and Retail Business (OR) ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของไทยตามปริมาณการขาย ประเมินว่าผลการดำเนินงานทางการเงินในปีนี้จะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย หลังจากต้องปิดการดำเนินงานบางส่วนทั้งธุรกิจน้ำมันและธุรกิจนอกน้ำมันในกัมพูชา ท่ามกลางความตึงเครียดที่ชายแดนระหว่างสองประเทศที่ยังคงดำเนินอยู่
การปรับลดการดำเนินงานในกัมพูชาเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนในพื้นที่ โดยบริษัทยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมปรับกลยุทธ์ตามความเหมาะสม แม้กัมพูชาจะเป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศที่ OR ให้ความสำคัญ แต่สัดส่วนรายได้จากประเทศดังกล่าวยังไม่ถึงระดับที่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาพรวมทั้งหมด
ผลกระทบต่อโครงสร้างรายได้
OR มีฐานธุรกิจหลักในประเทศไทยซึ่งยังคงเป็นแหล่งรายได้หลัก การขยายตัวในตลาดต่างประเทศรวมถึงกัมพูชาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเติบโตระยะยาว แต่ไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในระยะสั้น บริษัทคาดว่าจะสามารถชดเชยรายได้ที่หายไปจากการปิดสาขาชั่วคราวด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในตลาดหลักและตลาดอื่นๆ
- การปิดสาขาชั่วคราวในกัมพูชาเป็นมาตรการรับมือสถานการณ์ชายแดน
- สัดส่วนรายได้จากกัมพูชาต่อรายได้รวมอยู่ในระดับจำกัด
- ฐานธุรกิจหลักในไทยยังคงแข็งแกร่งและเป็นแหล่งรายได้หลัก
- บริษัทพร้อมปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
สำหรับนักลงทุนและผู้ติดตามหุ้น OR ควรจับตาการพัฒนาของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในระยะต่อไป รวมถึงแนวทางการบริหารความเสี่ยงของบริษัทในตลาดต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการขยายธุรกิจในภูมิภาคในอนาคต อ้างอิง: Bangkok Post (https://www.bangkokpost.com/business/general/3262068/cambodia-unrest-to-dent-or-earnings-in-2026)



