หน่วยงานด้านพลังงานของไทยกำลังเตรียมแผนขยายกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หลังเผชิญความกังวลเพิ่มขึ้นว่าความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งสูงจากธุรกิจที่ใช้พลังงานมาก โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล (data centre) อาจกดดันระบบโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติ
การเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในไทยที่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางดิจิทัล ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ต้องการพลังงานไฟฟ้าจำนวนมหาศาลเพื่อเดินระบบเซิร์ฟเวอร์และระบบทำความเย็นตลอด 24 ชั่วโมง
แรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐาน
เจ้าหน้าที่ภาครัฐระบุว่าการขยายตัวของธุรกิจที่ใช้ทรัพยากรมากนี้อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบจ่ายไฟฟ้า หากไม่มีการเตรียมรองรับล่วงหน้า ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังประเมินสถานการณ์และวางแผนเพิ่มกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการที่เติบโตขึ้น
ความท้าทายหลักไม่ได้อยู่ที่ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้เท่านั้น แต่รวมถึงการกระจายและส่งต่อไฟฟ้าไปยังพื้นที่ที่มีดาต้าเซ็นเตอร์ตั้งอยู่ ซึ่งอาจต้องมีการอัพเกรดโครงข่ายสายส่งและสถานีไฟฟ้าย่อยในหลายพื้นที่
ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจ
- ต้นทุนไฟฟ้าอาจปรับเพิ่มขึ้นหากอุปสงค์เกินกำลังผลิต
- การขยายโครงข่ายต้องใช้เวลาและงบลงทุนสูง
- โอกาสดึงดูดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ต่างชาติเพิ่มขึ้น
- ความจำเป็นในการเร่งพัฒนาพลังงานสะอาดและหมุนเวียน
- แรงกดดันต่อการบริหารจัดการพลังงานระดับชาติ
การเตรียมความพร้อมด้านพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสามารถในการแข่งขันของไทยในฐานะศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาค หากระบบไฟฟ้ามีเสถียรภาพและเพียงพอ จะช่วยดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่จากทั่วโลกให้เข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการในประเทศ ในขณะเดียวกัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานอย่างยั่งยืนจะเป็นกุญแจสำคัญในการรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว
อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3267598/rising-data-centre-demand-pressures-power-capacity)



