หน่วยงานพลังงานของไทยกำลังพิจารณายกเลิกมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปชั่วคราว หลังจากตรวจสอบพบว่าปริมาณสำรองในประเทศอยู่ในระดับที่มั่นคงเพียงพอต่อความต้องการภายใน ขณะที่คลังเก็บเริ่มมีสัญญาณล้นเกินกำลังการผลิต
ศราวุธ แก้วทะทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (DOEB) เปิดเผยว่าสถานการณ์สำรองน้ำมันในปัจจุบันแตกต่างจากช่วงที่ออกมาตรการห้ามส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ โดยปริมาณสำรองเพิ่มสูงขึ้นจนเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ส่งผลให้สถานที่เก็บรักษาเริ่มเข้าใกล้ขีดจำกัดความจุ
ปัจจัยหนุนการยกเลิกมาตรการ
- ปริมาณสำรองน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับที่กำหนดไว้อย่างมีนัยสำคัญ
- คลังเก็บน้ำมันเริ่มมีภาวะเกินกำลังการผลิต ส่งผลกระทบต่อการจัดการสต็อก
- ความต้องการใช้น้ำมันภายในประเทศอยู่ในระดับคงที่ ไม่มีสัญญาณขาดแคลน
- โรงกลั่นในประเทศยังคงผลิตได้ตามปกติ รองรับอุปสงค์ได้เต็มที่
การห้ามส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเดิมถูกนำมาใช้เป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อรักษาเสถียรภาพของอุปทานภายในประเทศในช่วงที่มีความผันผวนของตลาดพลังงานโลก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าระดับสำรองกลับมาสู่ภาวะปกติและมีแนวโน้มเกินความจำเป็น
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโรงกลั่น
การยกเลิกมาตรการห้ามส่งออกคาดว่าจะช่วยบรรเทาปัญหาคลังเก็บล้นของโรงกลั่นในประเทศ ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตและการจัดการต้นทุน นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศที่มีความต้องการสูงได้อีกครั้ง
ทั้งนี้ กรมธุรกิจพลังงานยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจะดำเนินการยกเลิกมาตรการอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ขณะเดียวกันก็รักษาสมดุลระหว่างอุปสงค์ภายในและโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศของอุตสาหกรรมโรงกลั่นไทย
อ้างอิง: Bangkok Post (https://www.bangkokpost.com/business/general/3251033/oil-export-ban-set-to-end-as-reserves-surge)

