อาเซียนและจีนกำลังเร่งรัดการเจรจาเพื่ออัพเกรดข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) โดยตั้งเป้าหมายให้สรุปการเจรจาและบังคับใช้ได้ภายในสิ้นปี 2026 ตามข้อมูลจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศของไทย การยกระดับข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญที่จะขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองฝ่ายให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ข้อตกลง ACFTA ฉบับปัจจุบันมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2005 และเป็นหนึ่งในข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมประชากรกว่า 2,000 ล้านคน การอัพเกรดครั้งนี้มุ่งปรับปรุงเงื่อนไขการค้าให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงเพิ่มขอบเขตความร่วมมือในด้านใหม่ๆ เช่น การค้าดิจิทัล และห่วงโซ่อุปทาน
ประเด็นสำคัญในการเจรจา
การเจรจาในรอบนี้คาดว่าจะครอบคลุมหลายมิติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้าและการลงทุนระหว่างภูมิภาค ทั้งการลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี การอำนวยความสะดวกทางศุลกากร และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญมากขึ้นในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
- การลดอุปสรรคทางการค้าและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร
- การปรับปรุงกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าให้ทันสมัย
- การเพิ่มความร่วมมือด้านการค้าดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ
- การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน
- การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม
ผลกระทบต่อตลาดการเงินและการลงทุน
หากการเจรจาสำเร็จตามเป้าหมาย นักลงทุนอาจเห็นโอกาสใหม่ในหุ้นกลุ่มส่งออกและโลจิสติกส์ของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะบริษัทที่มีฐานการผลิตหรือตลาดในจีน ขณะเดียวกัน ค่าเงินบาทและสกุลเงินในภูมิภาคอาจได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังการไหลเข้าของเงินลงทุนและการค้าที่เพิ่มขึ้น
สำหรับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ การอัพเกรดข้อตกลงอาจส่งผลบวกต่อสินค้าเกษตรและวัตถุดิบที่อาเซียนส่งออกไปจีน ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีจากจีนจะเข้าถึงตลาดอาเซียนได้ง่ายขึ้น นักเทรดควรติดตามพัฒนาการของการเจรจาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจสร้างความผันผวนในตลาดหุ้นและสกุลเงินของภูมิภาคในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3296104/talks-seek-to-upgrade-aseanchina-agreement)



