คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กำลังได้รับคำแนะนำให้ทบทวนเกณฑ์การมอบสิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยให้น้ำหนักกับระดับการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจเป็นหลัก ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากระบบเดิมที่อาจไม่สะท้อนผลประโยชน์ที่แท้จริงต่อประเทศ
ทิศทางการปรับเกณฑ์สิทธิประโยชน์การลงทุน
การปรับโครงสร้างที่เสนอโดยสมคิดมุ่งเน้นให้ BOI พิจารณาคุณภาพของการลงทุนมากกว่าปริมาณ โดยวัดจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง เช่น การถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างงานคุณภาพ และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานในประเทศ ซึ่งแตกต่างจากเกณฑ์เดิมที่อาจเน้นเพียงมูลค่าการลงทุนหรืออุตสาหกรรมเป้าหมาย
ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศไทยกำลังแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านในการดึงดูด FDI โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูงและอุตสาหกรรมสีเขียว การปรับเกณฑ์ใหม่อาจช่วยให้ไทยมีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อความต้องการของนักลงทุนที่มีคุณภาพได้ดีขึ้น
ผลกระทบต่อตลาดการลงทุนไทย
- เพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับประเทศอาเซียนในการดึงดูด FDI คุณภาพสูง
- อาจทำให้โครงการลงทุนบางประเภทได้รับสิทธิประโยชน์น้อยลงหากไม่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง
- ส่งเสริมการลงทุนในภาคเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจระยะยาว
- เพิ่มความโปร่งใสในการพิจารณาสิทธิประโยชน์ด้วยเกณฑ์ที่ชัดเจนขึ้น
- อาจส่งผลต่อแผนการลงทุนของบริษัทต่างชาติที่กำลังพิจารณาขยายฐานการผลิตในไทย
สำหรับนักลงทุนและเทรดเดอร์ การปรับเกณฑ์นี้อาจส่งสัญญาณเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขณะที่หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมอาจต้องปรับตัว นอกจากนี้ค่าเงินบาทอาจได้รับแรงหนุนในระยะกลางหาก FDI คุณภาพสูงไหลเข้ามาเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเกณฑ์ใหม่และระยะเวลาในการนำไปใช้จริงยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม
อ้างอิง: [Bangkok Post Business](https://www.bangkokpost.com/business/investment/3262113/somkid-calls-for-overhaul-of-investment-incentives)



