ภาคเอกชนไทยออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ หลังจากที่ S&P Global Ratings ยืนยันอันดับเครดิตของไทยไว้ในระดับเดิม การยืนยันครั้งนี้แม้จะเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ผู้ประกอบการมองว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ต้องมีการดำเนินนโยบายที่เหมาะสมต่อเนื่อง

ความหมายของการยืนยันอันดับเครดิต

การที่ S&P Global Ratings ยืนยันอันดับเครดิตอธิปไตยของไทยสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในความสามารถของประเทศในการชำระหนี้และบริหารจัดการการคลังในระดับหนึ่ง อันดับเครดิตที่มั่นคงช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการไหลเข้าของเงินทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนมองว่าการคงอันดับเครดิตเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากปราศจากนโยบายเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพและความต่อเนื่อง ความไม่แน่นอนทางนโยบายอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการวางแผนธุรกิจในระยะยาว

ปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง

  • วินัยทางการคลังและการบริหารหนี้สาธารณะให้อยู่ในระดับที่ยั่งยืน
  • นโยบายเศรษฐกิจที่มีความต่อเนื่องและไม่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง
  • การฟื้นตัวของการส่งออกและการท่องเที่ยวซึ่งเป็นเสาหลักเศรษฐกิจ
  • ความสามารถในการแข่งขันของประเทศท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจโลก
  • ความมั่นคงทางการเมืองที่ส่งผลต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ

การยืนยันอันดับเครดิตในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลควรใช้เป็นฐานในการสร้างความเชื่อมั่นเพิ่มเติม ภาคเอกชนเน้นว่าการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจไม่ได้หมายถึงการหลีกเลี่ยงการปฏิรูป แต่หมายถึงการดำเนินนโยบายที่มีทิศทางชัดเจนและสามารถคาดการณ์ได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการลงทุนและขยายธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

สำหรับนักลงทุนในตลาดการเงิน การยืนยันอันดับเครดิตอาจช่วยสนับสนุนค่าเงินบาทและตราสารหนี้ไทยในระยะสั้น แต่การเคลื่อนไหวในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกอย่างดอกเบี้ยสหรัฐฯ และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3273664/after-credit-rating-panel-calls-for-economic-stability)