ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า สินเชื่อที่กลายเป็นหนี้เสียใหม่ (NPL) ในระบบธนาคารพาณิชย์ลดลงในไตรมาสแรกของปีนี้ สะท้อนถึงความระมัดระวังที่เพิ่มขึ้นของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม สินเชื่อที่เคยปรับปรุงโครงสร้างแล้วกลับมาเป็นหนี้เสียอีกครั้ง (re-entry NPL) กลับมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกหนี้ที่มีความเปราะบาง

ธนาคารเข้มงวดปล่อยกู้ หนี้เสียใหม่ลดลง

การลดลงของ NPL ใหม่ในช่วงต้นปีเป็นผลมาจากนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้นของธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินต่างเพิ่มความระมัดระวังในการพิจารณาสินเชื่อ โดยเฉพาะการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ให้รอบคอบยิ่งขึ้น แนวทางนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดหนี้เสียใหม่ในระบบ แม้อาจส่งผลให้การขยายตัวของสินเชื่อชзамедลงบ้าง

กลุ่มเปราะบาง แรงกดดันหนี้กลับมาเสีย

ขณะที่หนี้เสียใหม่ลดลง แต่สถานการณ์ของสินเชื่อที่กลับมาเป็นหนี้เสียอีกครั้งกลับน่ากังวล ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า re-entry NPL เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในกลุ่มลูกหนี้ที่มีฐานะการเงินอ่อนแอ กลุ่มนี้ประสบปัญหาในการสร้างรายได้ที่เพียงพอต่อการชำระหนี้ แม้จะผ่านการปรับโครงสร้างหนี้มาแล้วก็ตาม

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของหนี้กลับมาเสียในกลุ่มเปราะบาง ได้แก่:

  • ความสามารถในการสร้างรายได้ที่ไม่เพียงพอต่อภาระหนี้
  • สภาพคล่องทางการเงินที่อ่อนแอของครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็ก
  • ผลกระทบจากต้นทุนการดำเนินชีวิตที่สูงขึ้น
  • การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึงทุกภาคส่วน
  • ความท้าทายในการปรับตัวหลังการปรับโครงสร้างหนี้

แนวโน้มนี้สะท้อนถึงความท้าทายในการจัดการคุณภาพสินทรัพย์ของระบบธนาคาร แม้ว่ามาตรการช่วยเหลือหนี้และการปรับโครงสร้างจะช่วยลดหนี้เสียในระยะสั้น แต่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนยังต้องอาศัยการฟื้นตัวของกำลังซื้อและรายได้ของกลุ่มเปราะบาง ธนาคารพาณิชย์จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมสำรองเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

อ้างอิง: Bangkok Post (https://www.bangkokpost.com/business/general/3259053/bad-loan-pressure-shifts-to-vulnerable-borrowers)