ธนาคารกรุงไทย (KTB) และธนาคารกสิกรไทย (KBank) กำลังทบทวนบริการ Buy Now Pay Later (BNPL) และปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นจากธนาคารแห่งประเทศไทย (BoT) ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตลาดสินเชื่อผู้บริโภคของไทย
แรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแล
การเคลื่อนไหวของทั้งสองธนาคารเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของ BoT เกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเครดิตและการปล่อยสินเชื่อที่รับผิดชอบในภาคบริการ BNPL ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าต้องการให้สถาบันการเงินมีมาตรฐานการตรวจสอบลูกค้าและการบริหารความเสี่ยงที่เข้มข้นยิ่งขึ้น
บริการ BNPL ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้บริโภคไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการชำระเงิน อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ก็มาพร้อมกับความกังวลเรื่องหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้
ผลกระทบต่อตลาดและผู้ให้บริการ
- ธนาคารต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเครดิตของผู้ใช้บริการ BNPL
- ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อาจเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ให้บริการ
- การแข่งขันในตลาด BNPL อาจลดลงเมื่อผู้เล่นรายเล็กปรับตัวไม่ทัน
- ผู้บริโภคบางกลุ่มอาจเข้าถึงบริการได้ยากขึ้นจากเกณฑ์การอนุมัติที่เข้มงวด
- ความน่าเชื่อถือของระบบการเงินโดยรวมอาจได้รับการเสริมสร้าง
การปรับตัวของกรุงไทยและกสิกรไทยอาจเป็นสัญญาณของแนวโน้มที่กว้างขึ้นในภาคการธนาคารไทย ธนาคารพาณิชย์อื่นๆ น่าจะติดตามและปรับกลยุทธ์ BNPL ของตนเองในทำนองเดียวกัน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและรักษาความมั่นคงทางการเงิน
สำหรับนักลงทุนและผู้ติดตามตลาดการเงินไทย การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อรายได้จากธุรกิจ BNPL ของธนาคารในระยะสั้น แต่อาจช่วยลดความเสี่ยงด้านสินเชื่อด้อยคุณภาพในระยะยาว การติดตามตัวเลขสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญในไตรมาสข้างหน้า อ้างอิง: [Bangkok Post Business](https://www.bangkokpost.com/business/general/3270165/banks-tighten-buy-now-pay-later-rules)



