กระทรวงพาณิชย์ไทยประกาศเดินหน้าเข้มงวดการใช้นามิกรรมอย่างผิดกฎหมายโดยนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อคุ้มครองการแข่งขันที่เป็นธรรมและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ นโยบายนี้อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการลงทุนต่างชาติในหลายภาคธุรกิจที่มีข้อจำกัดการถือหุ้นสำหรับชาวต่างชาติ
ปัญหานามิกรรมในระบบการลงทุน
การใช้นามิกรรมหรือผู้ถือหุ้นหุ่นเป็นปัญหาที่มีมานานในระบบการลงทุนของไทย โดยนักลงทุนต่างชาติบางรายใช้วิธีให้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของชาวต่างชาติในธุรกิจบางประเภท แม้ว่าการใช้นามิกรรมจะเป็นการละเมิดกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายยังไม่เข้มงวดเท่าที่ควร
มาตรการใหม่ของกระทรวงพาณิชย์มุ่งเน้นการตรวจสอบและดำเนินคดีกับกิจการที่มีการใช้นามิกรรมอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับคนไทยหรือมีข้อจำกัดสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติ การเข้มงวดครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการปกป้องผู้ประกอบการไทยและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ผลกระทบต่อตลาดและนักลงทุน
นโยบายนี้อาจสร้างความไม่แน่นอนระยะสั้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในไทย โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก และบริการที่มีข้อจำกัดการถือหุ้น ธุรกิจที่มีโครงสร้างการถือหุ้นที่ไม่ชัดเจนอาจต้องปรับโครงสร้างหรือเผชิญกับความเสี่ยงทางกฎหมาย
- ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติอาจได้รับผลกระทบในระยะสั้น
- ธุรกิจที่ใช้นามิกรรมอาจต้องปรับโครงสร้างการถือหุ้น
- ต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมายสำหรับนักลงทุนอาจเพิ่มขึ้น
- การแข่งขันในตลาดอาจเป็นธรรมมากขึ้นสำหรับผู้ประกอบการไทย
- การไหลเข้าของเงินลงทุนต่างชาติโดยตรงอาจชзамедลงในระยะเปลี่ยนผ่าน
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวนโยบายนี้อาจช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความน่าเชื่อถือของตลาดไทยในสายตานักลงทุนสถาบันและองค์กรระหว่างประเทศ นักลงทุนที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างถูกต้องตั้งแต่แรกจะได้รับประโยชน์จากการแข่งขันที่เท่าเทียมกันมากขึ้น ขณะที่ตลาดเงินบาทและตลาดหุ้นไทยอาจมีความผันผวนเล็กน้อยจากการปรับตัวของนักลงทุนต่อนโยบายใหม่นี้ อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3281069/nominee-crackdown-steps-up)



