SpaceX บริษัทเทคโนโลยีอวกาศของ Elon Musk ได้ยื่นเอกสารเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยวางแผนระดมทุนผ่าน Initial Public Offering (IPO) มูลค่าสูงสุดถึง 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากสำเร็จจะกลายเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นโลก
การเข้าสู่ตลาดหุ้นครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2002 ซึ่งเคยปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะมาอย่างยาวนาน SpaceX ได้พัฒนาธุรกิจจากการส่งดาวเทียมและภารกิจขนส่งสินค้าไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ จนกลายเป็นผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์
ขนาดของดีลที่อาจสร้างประวัติศาสตร์
มูลค่าการระดมทุนสูงสุด 75,000 ล้านดอลลาร์นี้จะทำลายสถิติเดิมของ Saudi Aramco ที่ระดมทุนได้ 29,400 ล้านดอลลาร์ในปี 2019 หากการเสนอขายหุ้นครั้งนี้เป็นไปตามแผน SpaceX จะมีมูลค่าตลาดหลังเข้าจดทะเบียนอยู่ในระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์สำหรับบริษัทเทคโนโลยีอเมริกัน
การตัดสินใจนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นในช่วงเวลานี้สะท้อนถึงความมั่นใจในแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ และความต้องการเงินทุนเพื่อขยายโครงการต่างๆ รวมถึงการพัฒนายานอวกาศ Starship และโครงการอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink
ปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตา
- มูลค่าการระดมทุนที่สูงกว่า IPO ทั่วไปอย่างมาก อาจส่งผลต่อสภาพคล่องในตลาด
- ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีในช่วงหลังอาจกระทบต่อการตอบรับของนักลงทุน
- การพึ่งพาสัญญากับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ โดยเฉพาะ NASA เป็นรายได้หลัก
- การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์จากคู่แข่งรายอื่น
- ความเสี่ยงด้านการดำเนินงานของโครงการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง
สำหรับนักเทรดและนักลงทุน การติดตามรายละเอียดในเอกสาร prospectus ที่จะเปิดเผยในเร็วๆ นี้จะเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะข้อมูลทางการเงิน แผนการใช้เงินทุน และปัจจัยเสี่ยงที่บริษัทระบุ ซึ่งจะช่วยประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของหุ้นได้ชัดเจนขึ้น การเข้า IPO ของบริษัทขนาดใหญ่มักส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นโดยรวม โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3258589/musk-eyes-wall-street-record-with-spacex-ipo)



