ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดการเงิน (SCB FM) ประเมินว่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากดุลการค้าที่ขาดดุลลดลงและแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่เริ่มคลี่คลาย ทั้งนี้ แม้ว่าในระยะสั้นเงินบาทจะมีแนวโน้มอ่อนค่าลงชั่วคราว แต่ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจะช่วยพยุงค่าเงินในช่วงครึ่งปีหลัง

ดุลการค้าและเงินเฟ้อเป็นตัวชี้ขาด

การวิเคราะห์ของ SCB FM ชี้ว่าการลดลงของดุลการค้าขาดดุลเป็นสัญญาณบวกต่อค่าเงินบาท เนื่องจากสะท้อนถึงการส่งออกที่ฟื้นตัวหรือการนำเข้าที่ชзамедลง ซึ่งช่วยลดความต้องการดอลลาร์สหรัฐในตลาด ขณะเดียวกัน แรงกดดันเงินเฟ้อที่เริ่มผ่อนคลายจะทำให้ธนาคารกลางมีพื้นที่ในการปรับนโยบายการเงินได้มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลบวกต่อการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าในระยะสั้นเงินบาทอาจยังคงอ่อนค่าลงได้ เนื่องจากปัจจัยภายนอกต่างๆ รวมถึงนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และความผันผวนในตลาดการเงินโลก นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจที่จะออกมาในช่วงไตรมาสที่ 2 และต้นไตรมาสที่ 3 เพื่อประเมินทิศทางของค่าเงินอย่างใกล้ชิด

ปัจจัยที่ส่งผลต่อเงินบาทในครึ่งปีหลัง

  • ดุลการค้าที่ขาดดุลลดลง สะท้อนการส่งออกที่ดีขึ้นหรือการนำเข้าที่ชะลอตัว
  • แรงกดดันเงินเฟ้อที่คลี่คลาย ให้พื้นที่ธนาคารกลางปรับนโยบายการเงิน
  • นโยบายการเงินของ Fed ที่อาจส่งผลต่อความแข็งแกร่งของดอลลาร์
  • การไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติที่อาจเพิ่มขึ้นหากปัจจัยพื้นฐานดีขึ้น
  • ความผันผวนในตลาดการเงินโลกที่อาจกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน

สำหรับนักเทรดและนักลงทุน การคาดการณ์นี้เป็นสัญญาณที่น่าจับตาสำหรับการวางแผนกลยุทธ์การเทรดคู่เงิน USD/THB ในช่วงครึ่งปีหลัง หากปัจจัยพื้นฐานเป็นไปตามที่คาดการณ์ อาจเห็นเงินบาทแข็งค่าขึ้นได้ในช่วงไตรมาสที่ 3-4 อย่างไรก็ตาม ควรบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมเนื่องจากความไม่แน่นอนในระยะสั้นยังคงมีอยู่ อ้างอิง: Bangkok Post Business