บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล ประเทศไทย ออกมาแนะนำให้นักลงทุนไทยพิจารณาเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น โดยอ้างถึงปัจจัยบวกหลายประการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นโอกาสหาได้ยากในรอบหลายทศวรรษ ทั้งการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การสิ้นสุดยุคเงินฝืดที่ยืดเยื้อมาหลายสิบปี และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ภายใต้รัฐบาลนำโดยนายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi

จุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจญี่ปุ่น

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนที่สำคัญหลังจากต่อสู้กับภาวะเงินฝืดมายาวนาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินของประเทศมาตั้งแต่ทศวรรษ 1990 การที่รัฐบาลปัจจุบันมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ประกอบกับการปฏิรูปโครงสร้างที่เป็นรูปธรรม ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าเป็นโอกาสทองสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพนี้

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่เป็นผลมาจากการปรับตัวทางโครงสร้างที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านนโยบายการเงิน นโยบายการคลัง และการปฏิรูปภาคธุรกิจ ซึ่งล้วนมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ปัจจัยสนับสนุนการลงทุน

  • การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
  • การสิ้นสุดยุคเงินฝืดที่ยืดเยื้อมาหลายทศวรรษ
  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่จากรัฐบาล Takaichi
  • การปรับปรุงธรรมาภิบาลและประสิทธิภาพของบริษัทจดทะเบียน
  • มูลค่าเยนที่อ่อนค่าสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออก

สำหรับนักลงทุนไทยที่กำลังมองหาโอกาสในการกระจายพอร์ตการลงทุนไปยังต่างประเทศ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นอาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในช่วงเวลานี้ อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาปัจจัยเสี่ยงต่างๆ รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนการลงทุนในระยะสั้น

อ้างอิง: Bangkok Post (https://www.bangkokpost.com/business/investment/3253489/thais-urged-to-move-into-japanese-stocks)