บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย (K-Asset) ออกมาแนะนำให้นักลงทุนปรับกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นไทยให้มีความระมัดระวังและเลือกสรรมากขึ้น หลังจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 1,600 จุดในช่วงที่ผ่านมา โดยมองว่าตลาดหุ้นไทยได้สะท้อนปัจจัยบวกต่างๆ ไปในราคาหุ้นแล้วเป็นส่วนใหญ่

การประเมินมูลค่าหุ้นไทยในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง ซึ่งหมายความว่าโอกาสในการเติบโตของราคาหุ้นในวงกว้างอาจมีข้อจำกัดมากขึ้น นักลงทุนจึงควรเน้นการคัดเลือกหุ้นเฉพาะกลุ่มที่ยังมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดี แทนการลงทุนแบบกระจายไปทั่วทั้งตลาด

ปัจจัยที่หนุนดัชนีขึ้นสูง

ดัชนี SET ที่ปรับตัวขึ้นมาแตะระดับ 1,600 จุดนั้นได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยบวกที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว นโยบายการเงินที่ยังคงผ่อนคลาย และความคาดหวังต่อการเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ได้ถูกสะท้อนไปในราคาหุ้นแล้วในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว อัตราส่วนการประเมินมูลค่าต่างๆ ก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้ margin of safety หรือระยะห่างความปลอดภัยในการลงทุนลดลง นักลงทุนจึงต้องมีความระมัดระวังมากขึ้นในการตัดสินใจลงทุน

แนวทางการลงทุนที่เหมาะสม

K-Asset แนะนำให้นักลงทุนปรับเปลี่ยนจากการลงทุนแบบกว้างไปสู่การเลือกลงทุนเฉพาะหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจน และยังมีมูลค่าที่สมเหตุสมผล การวิเคราะห์เชิงลึกในแต่ละบริษัทจะมีความสำคัญมากขึ้นในสภาวะตลาดที่ราคาสูง

  • เลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีศักยภาพการเติบโตต่อเนื่อง
  • หลีกเลี่ยงการไล่ซื้อหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นมากแล้วโดยไม่มีเหตุผลรองรับ
  • พิจารณาอัตราส่วนการประเมินมูลค่าให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
  • กระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในหลายสินทรัพย์
  • ติดตามปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศที่อาจส่งผลต่อตลาด

การลงทุนในช่วงที่ตลาดอยู่ในระดับสูงต้องอาศัยความรอบคอบและการวิเคราะห์ที่ละเอียดมากขึ้น นักลงทุนควรมีแผนการลงทุนที่ชัดเจนและไม่ควรตัดสินใจลงทุนจากอารมณ์หรือความกลัวพลาดโอกาส แม้ว่าตลาดจะยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ แต่ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเช่นกัน อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/investment/3269208/kasset-flags-stretched-thai-valuations)