สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ออกแถลงการณ์เตือนว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทยไม่สามารถพึ่งพาเงินลงทุนจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียวได้ หากต้องการให้ภาคส่วนนี้กลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะยาว ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ไทยกำลังเผชิญในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับสูงในภูมิภาค
ปัจจัยสำคัญเกินกว่าเงินทุน
แม้ว่าการดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ FTI เน้นย้ำว่าการสร้างอุตสาหกรรมชิปที่แข็งแกร่งต้องอาศัยปัจจัยหลายด้านประกอบกัน การขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง โครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่เพียงพอ และระบบนิเวศทางธุรกิจที่ยังไม่สมบูรณ์ เป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน
การแข่งขันในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลกมีความรุนแรงสูง โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไทยจำเป็นต้องสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่การเสนอสิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือแรงงานราคาถูกเพียงอย่างเดียว
ผลกระทบต่อตลาดการเงิน
- หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ไทยอาจได้รับแรงกดดันหากนโยบายสนับสนุนไม่ชัดเจน
- การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องอาจเพิ่มขึ้นหากรัฐบาลตอบสนองต่อข้อเสนอของ FTI
- ค่าเงินบาทอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติในศักยภาพอุตสาหกรรมไทย
- ภาคการศึกษาและฝึกอบรมอาจเห็นโอกาสการเติบโตจากความต้องการบุคลากรด้านเทคโนโลยี
- ตลาดอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมอาจได้ประโยชน์จากการขยายตัวของโรงงานผลิตชิป
มุมมองของ FTI สะท้อนถึงความจำเป็นในการปรับกลยุทธ์การพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยให้สอดคล้องกับแนวโน้มเทคโนโลยีโลก อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ถือเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีมูลค่าสูงและมีความสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก การที่ไทยสามารถสร้างตำแหน่งในอุตสาหกรรมนี้ได้จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
นักลงทุนควรติดตามนโยบายของรัฐบาลและการตอบสนองต่อข้อเสนอของภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะส่งผลต่อทิศทางการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมสนับสนุนในตลาดหลักทรัพย์ไทย การพัฒนาที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ อ้างอิง: Bangkok Post (https://www.bangkokpost.com/business/general/3272549/fti-says-chip-sector-needs-more-than-investment)


