Bank of America (BofA) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะไม่สามารถเติบโตได้ตามศักยภาพในระดับ 2.5-3% ในช่วงสองปีข้างหน้า โดยชี้ว่าการฟื้นตัวที่เกิดขึ้นยังคงมีลักษณะจำกัดและไม่สม่ำเสมอในแต่ละภาคส่วน ขณะที่ปัญหาด้านอุปทานพลังงานและความผันผวนของราคายังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ

ปัจจัยกดดันการเติบโต

การประเมินของ BofA สะท้อนถึงความท้าทายหลายด้านที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญ แม้ว่าจะมีสัญญาณฟื้นตัวในบางภาคส่วน แต่การกระจายตัวของการเติบโตยังไม่ทั่วถึง ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่สามารถกลับสู่ระดับศักยภาพที่แท้จริงได้

ความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลกยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและกำลังซื้อของผู้บริโภค ขณะเดียวกันปัญหาด้านอุปทานพลังงานที่ยังไม่คลี่คลายทำให้ความไม่แน่นอนในภาคธุรกิจยังคงอยู่ในระดับสูง

ผลกระทบต่อนักลงทุนและตลาด

  • การเติบโต GDP ต่ำกว่าศักยภาพอาจกดดันมูลค่าสินทรัพย์ไทยในระยะกลาง
  • ค่าเงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันจากความเชื่อมั่นเศรษฐกิจที่อ่อนแอ
  • หุ้นในกลุ่มที่พึ่งพาการบริโภคภายในประเทศอาจได้รับผลกระทบมากกว่า
  • นักลงทุนควรติดตามนโยบายการคลังและการเงินที่อาจออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ
  • ความผันผวนของราคาพลังงานยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตา

การประเมินนี้เป็นสัญญาณเตือนสำหรับนักลงทุนที่ต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่สม่ำเสมอ การกระจายความเสี่ยงและการเลือกสินทรัพย์ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งจะมีความสำคัญมากขึ้นในช่วงเวลานี้ ขณะที่การติดตามข้อมูลเศรษฐกิจและนโยบายภาครัฐอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้สามารถปรับพอร์ตได้ทันท่วงที

อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3296570/bofa-views-uneven-recovery-ahead)