กรมการค้าต่างประเทศ (DFT) ประเมินว่าการเปิดด่านชายแดนเมียวดีอีกครั้งจะช่วยกระตุ้นมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับเมียนมาร์ให้ขยายตัวขึ้นในระยะข้างหน้า หลังจากด่านแห่งนี้ปิดให้บริการไปชั่วคราวจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
ด่านเมียวดีถือเป็นจุดผ่านแดนสำคัญที่เชื่อมโยงเส้นทางการค้าระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการขนส่งผ่านด่านนี้เป็นประจำ การกลับมาเปิดให้บริการจึงเป็นสัญญาณบวกต่อผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายที่รอคอยการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในแนวชายแดน
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจชายแดน
การเปิดด่านเมียวดีอีกครั้งคาดว่าจะส่งผลดีต่อหลายมิติของเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน ตั้งแแต่ผู้ค้าขนาดเล็กไปจนถึงผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่พึ่งพาเส้นทางนี้ในการขนส่งสินค้า นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้นจากการต้องอ้อมเส้นทางอื่นในช่วงที่ด่านปิด
- เพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าเกษตรและอุปโภคบริโภคผ่านด่าน
- ลดต้นทุนการขนส่งจากการไม่ต้องอ้อมเส้นทางอื่น
- กระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนทั้งสองฝ่าย
- เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขยายตลาดในภูมิภาค
- สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนในเส้นทางการค้าชายแดน
มุมมองต่อตลาดการเงิน
สำหรับนักเทรดและนักลงทุน การเปิดด่านชายแดนครั้งนี้อาจส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มโลจิสติกส์และการค้าชายแดนที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับเส้นทางไทย-เมียนมาร์ อย่างไรก็ตาม ควรติดตามสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความผันผวนทางการเมืองในเมียนมาร์ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของกิจกรรมการค้า
ค่าเงินบาทอาจได้รับแรงหนุนเล็กน้อยจากการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมการค้าชายแดน แม้ว่าผลกระทบจะไม่มีนัยสำคัญมากนักเมื่อเทียบกับปัจจัยขับเคลื่อนหลักอื่นๆ เช่น นโยบายการเงินของธนาคารกลางหรือกระแสเงินทุนต่างชาติ นักเทรดควรมองการเปิดด่านนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมเศรษฐกิจภูมิภาคมากกว่าปัจจัยเดี่ยวที่จะสร้างโอกาสเทรดระยะสั้น
อ้างอิง: Bangkok Post (https://www.bangkokpost.com/business/general/3271881/checkpoint-reopening-to-boost-myanmar-trade)



