บาทไทยแข็งค่าทะลุระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยนักเศรษฐศาสตร์ระบุว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเข้าแทรกแซงตลาดร่วมกันของสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น เพื่อหยุดการอุ่นค่าของเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลกระทบต่อตลาดเงินตราในภูมิภาค โดยเฉพาะสกุลเงินที่มีความสัมพันธ์ทางการค้าใกล้ชิดกับเศรษฐกิจญี่ปุ่นและสหรัฐฯ
การแทรกแซงตลาดเยนส่งผลต่อบาท
การที่สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดเงินตราร่วมกันเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าทั้งสองประเทศมีความกังวลต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเยน ซึ่งอ่อนค่าลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา การแทรกแซงนี้ช่วยให้เงินเยนฟื้นตัวและแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในภูมิภาคเอเชีย
บาทไทยได้รับประโยชน์จากการเคลื่อนไหวนี้ เนื่องจากนักลงทุนปรับพอร์ตการลงทุนและมองหาสกุลเงินที่มีเสถียรภาพในภูมิภาค ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยที่ยังคงมีความแข็งแกร่ง ทำให้บาทเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติ
ปัจจัยหนุนบาทแข็งค่าต่อเนื่อง
- การแทรกแซงตลาดร่วมของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นทำให้เยนแข็งค่าและดอลลาร์อ่อนค่าในภูมิภาค
- นักลงทุนต่างชาติปรับพอร์ตเข้าสู่สกุลเงินเอเชียที่มีเสถียรภาพ
- ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจไทยยังคงมีความแข็งแกร่ง
- ความเชื่อมั่นต่อนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย
- กระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นและตราสารหนี้ไทยเพิ่มขึ้น
นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าบาทไทยมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าต่อเนื่องในระยะสั้น โดยอาจทดสอบระดับแข็งค่ากว่า 33 บาทต่อดอลลาร์ได้ หากปัจจัยสนับสนุนยังคงอยู่ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยนในระยะถัดไป การแข็งค่าของบาทอาจส่งผลดีต่อผู้นำเข้าสินค้า แต่อาจกดดันผู้ส่งออกที่ต้องแข่งขันในตลาดโลก
อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3299598/usjapan-move-to-stop-yen-slide-helps-baht-appreciate)



