สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) เปิดเผยความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย เมื่อโครงการสนับสนุนจากภาครัฐสิ้นสุดลงในปี 2027 โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการไหลเข้าของรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ในประเทศที่กำลังสร้างฐานรากอยู่
ความท้าทายหลังยุคเงินอุดหนุน
โครงการจูงใจยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทยที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันได้ช่วยกระตุ้นตลาด EV ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การสิ้นสุดของมาตรการสนับสนunนดังกล่าวอาจสร้างช่องว่างในการแข่งขันที่ผู้ผลิตจีนสามารถใช้ประโยชน์ได้
สภาอุตสาหกรรมฯ ชี้ว่าหากไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม ตลาดไทยอาจเผชิญกับสถานการณ์ที่รถยนต์ไฟฟ้านำเข้าจากจีนครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ในประเทศยังไม่พร้อมแข่งขันอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านต้นทุนและเทคโนโลยี
ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานยานยนต์
ความกังวลหลักของภาคอุตสาหกรรมคือผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ท้องถิ่นที่กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุค EV ซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนไทยจำนวนมากกำลังลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีและสายการผลิตสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า หากตลาดถูกครอบงำโดยรถนำเข้าสำเร็จรูป การลงทุนเหล่านี้อาจไม่ได้รับผลตอบแทนที่คาดหวัง
- การลดลงของคำสั่งซื้อชิ้นส่วนจากผู้ผลิตในประเทศ
- ความเสี่ยงต่อการว่างงานในภาคซัพพลายเออร์ยานยนต์
- การสูญเสียโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยี EV ของไทย
- ผลกระทบต่อดุลการค้าจากการนำเข้า EV เพิ่มขึ้น
- ความท้าทายในการรักษาสถานะไทยเป็นศูนย์กลางยานยนต์อาเซียน
การเตือนของสภาอุตสาหกรรมฯ สะท้อนถึงความจำเป็นในการวางแผนนโยบายระยะยาวที่สมดุล ระหว่างการส่งเสริมการแข่งขันในตลาดกับการปกป้องอุตสาหกรรมท้องถิ่นที่กำลังเติบโต เพื่อให้ไทยสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ภูมิภาคได้ในระยะยาว อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/motoring/3270910/warning-over-risk-to-thai-evs-when-subsidies-end)



