อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยกำลังเผชิญความกังวลสำคัญในปี 2026 จากผลกระทบของสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ออกมาเตือนว่าหากความขัดแย้งทางทหารยืดเยื้อเกินกว่าสามเดือน และเส้นทางการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกรบกวน การผลิตรถยนต์ของไทยอาจพลาดเป้าหมายเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี
เส้นทางการค้าสำคัญถูกคุกคาม
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางการขนส่งสินค้าที่สำคัญที่สุดเส้นทางหนึ่งของโลก โดยเฉพาะสำหรับการส่งออกรถยนต์จากไทยไปยังตลาดในภูมิภาคตะวันออกกลาง การที่เส้นทางนี้ถูกรบกวนส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่งและระยะเวลาในการส่งมอบสินค้า ซึ่งอาจทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดส่งออกที่สำคัญ
ตะวันออกกลางถือเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกรถยนต์ที่สำคัญของไทย การหยุดชะงักของเส้นทางการค้าไม่เพียงแต่ส่งผลต่อการส่งมอบรถยนต์สำเร็จรูปเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของชิ้นส่วนยานยนต์ที่ต้องนำเข้าจากภูมิภาคนี้ด้วย
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
- การผลิตรถยนต์อาจไม่บรรลุเป้าหมายเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี
- ต้นทุนการขนส่งสินค้าเพิ่มสูงขึ้นจากการหาเส้นทางทางเลือก
- ระยะเวลาการส่งมอบสินค้ายาวนานขึ้น ส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้า
- ความไม่แน่นอนในตลาดส่งออกทำให้ผู้ผลิตต้องปรับแผนการผลิต
- ห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนยานยนต์อาจถูกรบกวน
FTI ระบุว่าหากสถานการณ์ความขัดแย้งสามารถคลี่คลายได้ภายในสามเดือน ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมจะอยู่ในระดับที่จัดการได้ แต่หากสงครามยืดเยื้อเกินกว่านั้น จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการผลิตและการส่งออกรถยนต์ของไทยในปี 2026 ซึ่งอาจทำให้อุตสาหกรรมต้องปรับลดเป้าหมายการผลิตลง
ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับความท้าทายต่างๆ เช่น การขาดแคลนชิ้นส่วนจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลกและการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า การที่อาจพลาดเป้าในปี 2026 จึงถือเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญสำหรับภาคอุตสาหกรรม
ผู้ผลิตรถยนต์และผู้ส่งออกในไทยกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมแผนรองรับในกรณีที่สถานการณ์แย่ลง รวมถึงการหาตลาดส่งออกทางเลือกและการปรับเส้นทางการขนส่งเพื่อลดผลกระทบต่อธุรกิจ อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/motoring/3260668/fears-over-thai-car-exports-as-mideast-war-hits-trade)



