ความตึงเครียงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายลง ทำให้นักลงทุนทั่วโลกหันกลับมาให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจอีกครั้ง การลดระดับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวจากการร่วงลงอย่างหนักในช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียงสูงสุด
ผลกระทบต่อหุ้นท่องเที่ยว
หุ้นในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมัน เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงเป็นส่วนสำคัญของค่าใช้จ่ายในอุตสาหกรรมการบิน โรงแรม และธุรกิจบริการท่องเที่ยว การที่ราคาน้ำมันปรับลงจึงช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไรของบริษัทในกลุ่มนี้
นอกจากนี้ บรรยากาศความมั่นคงทางการเมืองที่ดีขึ้นยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเส้นทางที่เคยได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งคาดว่าจะกระตุ้นให้มีการจองตั๋วเครื่องบินและที่พักเพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
ปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัว
- การลดระดับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านช่วยลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของสายการบิน
- ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์ความมั่นคงดีขึ้น
- นักลงทุนหันกลับมาประเมินมูลค่าหุ้นจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
- อุตสาหกรรมท่องเที่ยวฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในช่วงความตึงเครียงสูงสุด
นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปีมีทิศทางเป็นบวก โดยเฉพาะหากสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศยังคงมีเสถียรภาพและราคาพลังงานไม่พุ่งสูงขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น นโยบายการเงินของธนาคารกลางและตัวเลขเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
อ้างอิง: Bangkok Post (https://www.bangkokpost.com/business/investment/3281660/upbeat-outlook-for-tourismrelated-stocks)



