หอการค้าไทยออกมาสนับสนุนนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการเร่งรัดการเจรจาข้อตกลงการค้าแบบซึ่งกันและกัน (Agreement on Reciprocal Trade) กับสหรัฐอเมริกา โดยเน้นย้ำว่าสินค้าไทยที่มีส่วนประกอบภายในประเทศสูงควรได้รับการบรรจุในบัญชีสินค้ายกเว้นภาษีนำเข้า เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในตลาดสหรัฐฯ

การเจรจาครั้งนี้มีความสำคัญต่อภาคธุรกิจไทยในช่วงที่สหรัฐฯ กำลังปรับนโยบายการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการภาษีศุลกากรที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ซึ่งสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในตลาดส่งออกสำคัญของไทย การได้รับการยกเว้นภาษีจะช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าไทยในตลาดอเมริกัน

กลยุทธ์เน้นมูลค่าเพิ่มในประเทศ

หอการค้าไทยเสนอให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีสัดส่วนวัตถุดิบและกระบวนการผลิตภายในประเทศสูง เนื่องจากสินค้าเหล่านี้สะท้อนศักยภาพการผลิตที่แท้จริงของไทยและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ การได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีจะช่วยส่งเสริมการลงทุนในภาคการผลิตและสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานในประเทศ

ข้อตกลงการค้าแบบซึ่งกันและกันเป็นกรอบความร่วมมือทางการค้าที่ทั้งสองฝ่ายให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่กัน ซึ่งแตกต่างจากข้อตกลงการค้าเสรีแบบเต็มรูปแบบ การเจรจาในรูปแบบนี้อาจให้ความยืดหยุ่นมากกว่าและสามารถบรรลุข้อตกลงได้เร็วกว่า โดยเฉพาะในช่วงที่บรรยากาศการค้าโลกมีความผันผวน

ผลกระทบต่อการส่งออกและเศรษฐกิจไทย

  • การได้รับยกเว้นภาษีจะช่วยรักษาส่วนแบ่งตลาดของสินค้าไทยในสหรัฐฯ
  • ลดต้นทุนการส่งออกและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคา
  • ส่งเสริมการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
  • สร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการไทยในการวางแผนธุรกิจระยะยาว
  • อาจส่งผลบวกต่อค่าเงินบาทและดุลการค้าของไทย

ความสำเร็จของการเจรจาครั้งนี้จะขึ้นอยู่กับความสามารถของไทยในการนำเสนอข้อมูลที่แสดงถึงมูลค่าเพิ่มภายในประเทศและประโยชน์ร่วมกันที่สหรัฐฯ จะได้รับ ขณะเดียวกันภาคเอกชนไทยก็ต้องเตรียมพร้อมปรับตัวเพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้นหากข้อตกลงสำเร็จลุล่วง นักลงทุนและผู้ส่งออกควรติดตามความคืบหน้าของการเจรจาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจในอนาคต อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3294187/more-thai-products-urged-for-us-exemption-list)