ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (Krungsri) ประเมินว่าผู้ประกอบการนำเข้าของไทยจะหันมาใช้เงินหยวนจีน (CNY) ในการชำระค่าสินค้าระหว่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากปริมาณการนำเข้าสินค้าจากจีนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับจีนที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
การใช้หยวนในธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศของไทยเป็นแนวโน้มที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้นำเข้าที่มีคู่ค้าหลักในจีน การชำระเงินด้วยสกุลเงินของประเทศคู่ค้าโดยตรงช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและค่าใช้จ่ายในการแปลงสกุลเงิน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการที่ต้องการควบคุมต้นทุน
ปัจจัยหนุนการใช้หยวนในไทย
- ปริมาณการนำเข้าสินค้าจากจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ต้นทุนการแปลงสกุลเงินที่ลดลงเมื่อชำระตรงด้วยหยวน
- ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง
- นโยบายของจีนที่ส่งเสริมการใช้หยวนในการค้าระหว่างประเทศ
แนวโน้มนี้สอดคล้องกับทิศทางของการค้าโลกที่ประเทศต่างๆ พยายามลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐในธุรกรรมระหว่างประเทศ การใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการชำระค่าสินค้ากลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่จีนมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน
ผลกระทบต่อตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา
การเพิ่มขึ้นของการใช้หยวนในธุรกรรมการค้าของไทยอาจส่งผลต่อความต้องการคู่เงิน THB/CNY ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา นักเทรดควรติดตามปริมาณการซื้อขายคู่เงินนี้ซึ่งอาจเพิ่มสภาพคล่องและสร้างโอกาสในการเทรดใหม่ๆ ขณะเดียวกันความผันผวนของหยวนที่เชื่อมโยงกับนโยบายการเงินของจีนก็เป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณา
สำหรับผู้ประกอบการไทย การเตรียมพร้อมรับมือกับการใช้หยวนมากขึ้นหมายถึงการทำความเข้าใจกลไกอัตราแลกเปลี่ยนและเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่เหมาะสม ธนาคารพาณิชย์ไทยหลายแห่งเริ่มเสนอบริการที่รองรับการชำระเงินด้วยหยวนเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3290267/yuan-gains-ground-in-thai-trade-transactions)



