ปัญหาหนี้สินภาคเกษตรของไทยเข้าสู่จุดวิกฤตใหม่ เมื่อสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ (PIER) เปิดเผยข้อมูลว่าเกษตรกรผู้กู้ยืมมากกว่าครึ่งหนึ่งมีแนวโน้มไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ครบถ้วนภายในช่วงชีวิต สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างอายุของผู้กู้ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ส่งผลให้ขาดศักยภาพในการสร้างรายได้เพื่อชำระหนี้
การวิเคราะห์ของ PIER ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างของระบบสินเชื่อเกษตรไทย ที่ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินของเกษตรกรรายย่อย แต่ยังกระทบต่อสถาบันการเงินและนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคเกษตรเผชิญกับความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น
ปัจจัยหลักที่ทำให้หนี้เกษตรกรค้างชำระ
อายุของผู้กู้ยืมกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่ที่มีภาระหนี้อยู่ในวัยที่ลดความสามารถในการทำงานลง ขณะที่รายได้จากการเกษตรไม่เพียงพอต่อการครองชีพและชำระหนี้ไปพร้อมกัน สถานการณ์นี้สะท้อนถึงช่องว่างระหว่างนโยบายสินเชื่อกับความเป็นจริงของภาคการเกษตร
- โครงสร้างอายุผู้กู้ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ขาดรายได้สม่ำเสมอ
- รายได้จากการเกษตรไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้และค่าใช้จ่าย
- ขาดกลไกสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมกับเกษตรกรสูงวัย
- ความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรกระทบกระแสเงินสดของเกษตรกร
- ระบบสินเชื่อไม่คำนึงถึงวงจรชีวิตและความสามารถชำระคืนจริง
ผลกระทบต่อระบบการเงินและนโยบายภาครัฐ
การที่หนี้เกษตรกรมากกว่าครึ่งหนึ่งมีแนวโน้มไม่สามารถชำระคืนได้ตามปกติ ส่งสัญญาณเตือนต่อสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อภาคเกษตร โดยเฉพาะธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่อาจต้องเผชิญกับภาระหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันภาครัฐอาจต้องพิจารณามาตรการช่วยเหลือหรือปรับโครงสร้างหนี้ในวงกว้าง
ข้อมูลจาก PIER เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายในการออกแบบมาตรการที่เหมาะสมกับบริบทของเกษตรกรไทย ไม่ว่าจะเป็นการปรับเกณฑ์การให้สินเชื่อ การสร้างกลไกประกันรายได้เกษตรกร หรือการพัฒนาช่องทางสร้างรายได้ทางเลือกสำหรับเกษตรกรสูงวัย เพื่อลดความเสี่ยงของระบบการเงินและสร้างความยั่งยืนให้ภาคเกษตรในระยะยาว
อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3250307/more-than-half-of-farmers-loans-unlikely-to-be-repaid)



