สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลให้พิจารณาผ่อนปรนมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล โดยระบุว่านโยบายที่บังคับใช้มาอย่างเข้มงวดเป็นเวลาหลายเดือนนั้น กำลังสร้างแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันของประเทศ แม้ว่าเดิมทีมาตรการดังกล่าวจะถูกออกแบบมาเพื่อบรรเทาผลกระทบจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง
การห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมราคาพลังงานภายในประเทศ ซึ่งรัฐบาลไทยนำมาใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในตลาดภายในประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม FTI ชี้ว่ามาตรการที่ยืดเยื้อเกินไปนี้ กลับส่งผลลบต่อความสามารถในการแข่งขันและสภาพคล่องทางการเงินของโรงกลั่นในประเทศ
ผลกระทบต่อภาคโรงกลั่นน้ำมัน
โรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาสินค้าคงคลังล้นคลังและอัตรากำไรที่ลดลง เนื่องจากไม่สามารถระบายผลิตภัณฑ์ดีเซลส่วนเกินออกสู่ตลาดส่งออกได้ตามปกติ ในขณะที่ความต้องการภายในประเทศมีจำกัดและไม่เพียงพอต่อการรองรับกำลังการผลิตเต็มที่ของโรงกลั่น สถานการณ์นี้ทำให้โรงกลั่นบางแห่งต้องพิจารณาลดอัตราการผลิต ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและต้นทุนต่อหน่วยที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ การจำกัดช่องทางการส่งออกยังส่งผลให้โรงกลั่นไทยสูญเสียโอกาสในการทำกำไรจากส่วนต่างราคา (margin) ในตลาดส่งออกที่อาจดีกว่าตลาดภายในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ความต้องการดีเซลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงแข็งแกร่ง การขาดความยืดหยุ่นในการจัดการพอร์ตการขายจึงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมโรงกลั่นไทยในระดับภูมิภาค
ข้อเสนอและทางออก
FTI เสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับเปลี่ยนนโยบายจากการห้ามส่งออกอย่างเบ็ดเสร็จ มาเป็นการกำหนดโควต้าส่งออกที่เหมาะสม หรือการอนุญาตให้ส่งออกได้ในกรณีที่สินค้าคงคลังเกินระดับที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้โรงกลั่นสามารถบริหารจัดการสต็อกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศไว้ได้
- โรงกลั่นเผชิญปัญหาสินค้าคงคลังล้นคลังและอัตรากำไรที่ลดลง
- ความต้องการภายในประเทศไม่เพียงพอรองรับกำลังการผลิตเต็มที่
- สูญเสียโอกาสทำกำไรจากส่วนต่างราคาในตลาดส่งออก
- ขาดความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการพอร์ตการขาย
- ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันระดับภูมิภาค
การพิจารณาปรับนโยบายในครั้งนี้จะต้องสมดุลระหว่างการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานภายในประเทศกับการสนับสนุนความยั่งยืนของภาคอุตสาหกรรมโรงกลั่น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทานพลังงานและเศรษฐกิจไทยโดยรวม นักวิเคราะห์มองว่าหากสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลายลงและราคาน้ำมันโลกมีเสถียรภาพมากขึ้น รัฐบาลน่าจะมีพื้นที่ในการผ่อนปรนมาตรการได้มากขึ้น อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3297172/call-for-end-to-diesel-export-ban-as-refineries-struggle)



