อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องอาจยังคงเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ว่าจะมีการเจรจาสันติภาพก็ตาม ตามคำเตือนจาก Omoda & Jaecoo (Thailand) บริษัทในเครือของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีน Chery Automobile ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งสินค้าและต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อการนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์และการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของไทย โดยเฉพาะเส้นทางผ่านทะเลแดงและคลองสุเอซที่เป็นเส้นทางหลักในการค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป
ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน
ผู้ผลิตรถยนต์และซัพพลายเออร์ในไทยต้องปรับตัวรับมือกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น ทั้งในด้านระยะเวลาการขนส่งที่ยาวนานขึ้นและค่าใช้จ่ายด้านประกันภัยและการขนส่งที่สูงขึ้น สถานการณ์นี้ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในตลาดโลก
ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพิจารณาแผนสำรองต่างๆ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการหาเส้นทางการขนส่งทางเลือกและการเพิ่มสต็อกชิ้นส่วนสำคัญเพื่อรองรับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น
ปัจจัยที่ต้องจับตามอง
- ต้นทุนโลจิสติกส์ที่เพิ่มสูงขึ้นจากการหลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยง
- ระยะเวลาการขนส่งที่ยาวนานขึ้นกระทบการวางแผนการผลิต
- ค่าประกันภัยการขนส่งทางทะเลที่ปรับตัวสูงขึ้น
- ความไม่แน่นอนในการเจรจาสันติภาพที่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน
- ผลกระทบต่อราคาน้ำมันที่อาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิตโดยรวม
แม้ว่าจะมีการเจรจาสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และห่วงโซ่อุปทานอาจยังคงดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าสถานการณ์จะมีเสถียรภาพที่แท้จริง นักลงทุนและผู้ประกอบการควรติดตามพัฒนาการอย่างต่อเนื่องและเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น
อ้างอิง: [Bangkok Post Business](https://www.bangkokpost.com/business/motoring/3281575/mideast-war-continues-to-constrain-industry)



