ราคาหยกในตลาดมัณฑะเลย์ ภาคกลางของเมียนมาร์ กำลังเผชิญแรงกดดันลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ค้าในพื้นที่ชี้ว่าสาเหตุหลักมาจากสองปัจจัยสำคัญ คือ ภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวและการลดลงของการซื้อจากองค์กรอาชญากรรมระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงกับจีน หลังจากมีการปราบปรามแก๊งฉ้อโกงอย่างเข้มงวด
เมียนมาร์เป็นแหล่งผลิตหยกคุณภาพสูงที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยตลาดหยกของประเทศมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และจีนเป็นผู้ซื้อหลักที่สำคัญที่สุด การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์จากจีนจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาและปริมาณการซื้อขายในตลาดมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าหยกของภูมิภาค
ปัจจัยกดดันราคาหยก
ผู้ค้าหยกในพื้นที่ระบุว่าภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคจีนลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างหยกคุณภาพสูง นอกจากนี้ การปราบปรามแก๊งฉ้อโกงและองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินการโดยหน่วยงานจีนยังส่งผลให้การซื้อหยกจากกลุ่มนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลดกำลังซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย
- การปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติลดอุปสงค์จากกลุ่มนี้
- ตลาดหยกเมียนมาร์พึ่งพาตลาดจีนเป็นหลัก
- มัณฑะเลย์เป็นศูนย์กลางการค้าหยกที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
ผลกระทบต่อตลาดหยกเมียนมาร์
การลดลงของราคาหยกส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบในเมียนมาร์ ตั้งแต่ผู้ขุด ผู้ค้าส่ง ไปจนถึงผู้ค้าปลีกในตลาดมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งหยกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ อุตสาหกรรมหยกมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของเมียนมาร์ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่เป็นแหล่งขุดหยกหลัก
แนวโน้มราคาหยกที่ลดลงนี้สะท้อนถึงความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างเศรษฐกิจเมียนมาร์กับจีน และแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือสภาวะเศรษฐกิจในจีนสามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมสินค้าโภคภัณฑ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักลงทุนและผู้ค้าในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ควรติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจจีนและนโยบายการบังคับใช้กฎหมายที่อาจส่งผลต่ออุปสงค์ในตลาดสินค้าฟุ่มเฟือยต่อไป
อ้างอิง: Bangkok Post (https://www.bangkokpost.com/business/general/3282269/china-slowdown-fraud-crackdown-weigh-on-myanmar-jade-prices)



