ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันศุกร์ ขณะที่ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากความหวังในการเจรจาเปิดเส้นทางการขนส่งเริ่มจางหายไป

รายงานล่าสุดระบุว่าอิหร่านกำลังวางแผนที่จะปิดกั้นเรือของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลไม่ให้สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงกับโอมาน การพัฒนาครั้งนี้ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มประเมินความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลกใหม่ เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ผลกระทบต่อตลาดพลังงาน

ช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการค้าน้ำมันโลก เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งน้ำมันดิบจากประเทศผู้ผลิตในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียไปยังตลาดโลก การปิดกั้นหรือจำกัดการเดินเรือในพื้นที่นี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณน้ำมันที่ออกสู่ตลาด และอาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากความกังวลด้านอุปทาน
  • ตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
  • นักลงทุนเริ่มประเมินความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก
  • ความหวังในการเจรจาเปิดเส้นทางการขนส่งเริ่มจางหายลง
  • ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงรุนแรง

มุมมองตลาด

นักวิเคราะห์ตลาดมองว่าสถานการณ์ในปัจจุบันสร้างความไม่แน่นอนสูงต่อตลาดพลังงานและตลาดการเงินโลก หากความตึงเครียดยังคงดำเนินต่อไปหรือมีการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซจริง อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก

ในระยะสั้น นักเทรดควรติดตามพัฒนาการทางการทูตและข่าวสารจากภูมิภาคอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว การบริหารความเสี่ยงและการตั้ง stop loss ที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูง อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3298039/oil-extends-gains-and-stocks-mostly-down-on-fresh-hormuz-worries)