ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ และรองรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านประกาศร่วมกันว่าทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติความขัดแย้งและเปิดการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีปริมาณน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมผ่านไปมาประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณการค้าน้ำมันทั้งหมดทั่วโลก การเปิดเส้นทางนี้อีกครั้งช่วยบรรเทาความกังวลเรื่องอุปทานที่ตลาดมีมาตลอดช่วงที่เกิดความตึงเครียด
ปฏิกิริยาตลาดและการเคลื่อนไหวราคา
ราคาน้ำมันดิบในตลาดซิงคโปร์ปรับตัวลดลงประมาณ 4% ในช่วงเช้าของวันจันทร์ สะท้อนถึงการตอบสนองอย่างรวดเร็วของนักลงทุนต่อข่าวดังกล่าว นักวิเคราะห์ตลาดมองว่าการลดลงของราคาเป็นผลโดยตรงจากการคลายความกังวลเรื่องความเสี่ยงด้านอุปทานที่อาจหยุดชะงักจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ความผันผวนในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อนักเทรดและนักลงทุนที่ถือสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน โดยเฉพาะผู้ที่มีสถานะซื้อน้ำมันดิบหรือหุ้นบริษัทพลังงานอาจเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น ขณะที่ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่อาจได้รับประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลง
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
- รายละเอียดข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่จะมีการเจรจาต่อไป
- ความเร็วในการฟื้นตัวของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
- ปฏิกิริยาของประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นในภูมิภาคตะวันออกกลาง
- การปรับนโยบายการผลิตของ OPEC+ ในการประชุมครั้งถัดไป
- ผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและสินทรัพย์ปลอดภัยอื่นๆ
นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าหากข้อตกลงนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่น ราคาน้ำมันอาจมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อเนื่องในระยะสั้นจนกว่าตลาดจะพบจุดสมดุลใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับรายละเอียดการดำเนินการและความยั่งยืนของข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งนักเทรดควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและบริหารความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง
อ้างอิง: Bangkok Post (https://www.bangkokpost.com/business/general/3271046/oil-slips-4-as-us-iran-reach-peace-deal-to-reopen-strait-of-hormuz)



