ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวขึ้นแรงเกือบ 2% ในวันจันทร์ หลังจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเข้าสู่จุดอับจน ขณะเดียวกันการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกจำกัด ส่งผลให้อุปทานน้ำมันโลกตึงตัวมากขึ้น
สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางกลับมาเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนราคาน้ำมันอีกครั้ง หลังจากที่ตลาดคาดหวังว่าการเจรจาระหว่างสองประเทศจะบรรลุข้อตกลงที่ช่วยลดความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าของการเจรจายังไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้
ช่องแคบฮอร์มุซ จุดเสี่ยงของอุปทานโลก
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีปริมาณน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมผ่านไปมาเป็นจำนวนมากทุกวัน การจำกัดการเดินเรือในพื้นที่นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก
การที่เส้นทางการขนส่งหลักถูกจำกัดทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มสูงขึ้น และบางกรณีผู้ส่งออกต้องหาเส้นทางทางเลือกที่มีระยะทางไกลกว่า ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน
- การเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่านหยุดชะงัก สร้างความไม่แน่นอนในตลาด
- การจำกัดการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดอุปทานที่เข้าสู่ตลาด
- ความกังวลเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชีย
- ความเสี่ยงที่สถานการณ์อาจบานปลายเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น
นักวิเคราะห์ตลาดพลังงานมองว่าราคาน้ำมันอาจยังคงผันผวนในระยะสั้น โดยขึ้นอยู่กับพัฒนาการของการเจรจาและสถานการณ์ความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ราคาน้ำมันอาจทดสอบระดับสูงขึ้นไปอีก ในขณะที่ข้อตกลงใดๆ ที่ช่วยลดความตึงเครียดจะส่งผลบวกต่อการปรับตัวลงของราคา
สำหรับนักเทรดและนักลงทุน การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจึงเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากมีผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงค่าเงินของประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงาน อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3244752/oil-climbs-nearly-2-as-usiran-peace-talks-stall)