นักเศรษฐศาสตร์ในประเทศไทยแสดงความกังวลต่อความเป็นไปได้ของสถานการณ์ 'ดับเบิลดิฟิซิต' หรือขาดดุลคู่ ซึ่งเป็นภาวะที่ทั้งงบการคลังและบัญชีเดินสะพัดของประเทศเกิดการขาดดุลในเวลาเดียวกัน สถานการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทยในระยะข้างหน้า
ความหมายของขาดดุลคู่
ขาดดุลคู่เป็นสถานการณ์ที่รัฐบาลมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ (ขาดดุลงบประมาณ) ขณะเดียวกันประเทศก็นำเข้าสินค้าและบริการมากกว่าส่งออก (ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด) การเกิดขึ้นพร้อมกันของทั้งสองปัจจัยนี้มักบ่งชี้ถึงความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจที่อาจต้องการการปรับตัว
สำหรับประเทศไทย การเคลื่อนไหวเข้าสู่สถานการณ์ดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่าในอดีตประเทศไทยมักมีบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเป็นหลัก ซึ่งช่วยรองรับเสถียรภาพของค่าเงินบาท
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
- แรงกดดันต่อค่าเงินบาทที่อาจอ่อนค่าลงจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด
- ความจำเป็นในการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยขาดดุล
- ข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
- ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว
- ความท้าทายในการรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
การเกิดขาดดุลคู่อาจส่งผลให้รัฐบาลต้องปรับนโยบายทางเศรษฐกิจ ทั้งในด้านการคลังและการค้าระหว่างประเทศ เพื่อนำเศรษฐกิจกลับสู่สมดุลที่ยั่งยืน นักลงทุนและผู้เทรดควรติดตามตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อทิศทางของตลาดการเงินและค่าเงินบาทในอนาคต
อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3267593/a-double-dip-on-the-cards)



