นักวิเคราะห์ตลาดทุนไทยประเมินว่าแนวโน้มปัญญาประดิษฐ์หรือ AI จะสร้างโอกาสการลงทุนแบบเลือกสรรสำหรับหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2026 ท่ามกลางความผันผวนของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น โดยแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มสัดส่วนเงินสดในพอร์ตโฟลิโอเป็น 20-25% เพื่อรองรับโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นคุณภาพที่ราคาปรับตัวลง

กลยุทธ์การลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอน

การปรับมุมมองของนักวิเคราะห์ท้องถิ่นสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งคาดว่าจะมีความผันผวนมากขึ้นจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ การถือเงินสดในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้นักลงทุนมีความยืดหยุ่นในการจับจังหวะเข้าซื้อหุ้นที่มีพื้นฐานดีเมื่อราคาปรับฐาน

หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI กลายเป็นจุดสนใจหลักของนักวิเคราะห์ เนื่องจากแนวโน้มการนำ AI มาใช้ในภาคธุรกิจต่างๆ ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าตลาดโดยรวมจะเผชิญความท้าทาย แต่กลุ่มหุ้นที่มีความเกี่ยวข้องกับนวัตกรรมดิจิทัลและ AI ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่มองหาโอกาสเติบโตในระยะยาว

ปัจจัยสนับสนุนหุ้นกลุ่ม AI

  • การขยายตัวของการใช้งาน AI ในภาคธุรกิจไทยและระดับภูมิภาค
  • นโยบายส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลของภาครัฐ
  • ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น
  • แนวโน้มการลงทุนในนวัตกรรมเทคโนโลยีของบริษัทจดทะเบียน
  • โอกาสในการปรับฐานราคาหุ้นคุณภาพจากความผันผวนของตลาด

การเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI ต้องพิจารณาปัจจัยพื้นฐานของบริษัทอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะความสามารถในการสร้างรายได้จากเทคโนโลยี AI จริง ไม่ใช่เพียงแค่การประกาศแผนหรือแนวคิด นักลงทุนควรเน้นบริษัทที่มีโมเดลธุรกิจชัดเจนและสามารถแปลงเทคโนโลยีเป็นผลประกอบการที่เติบโตได้จริง

ท่ามกลางความผันผวนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง การบริหารความเสี่ยงด้วยการกระจายพอร์ตและการถือเงินสดในสัดส่วนที่เหมาะสมจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญ นักลงทุนควรติดตามปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง อ้างอิง: Bangkok Post (https://www.bangkokpost.com/business/investment/3281580/local-analysts-now-bullish-on-airelated-stocks-in-h2)