ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญแรงกดดันหลายด้านในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา โดยนักลงทุนต้องปรับตัวรับมือกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่อาจกลับมาเร่งตัว และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่น

ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐทะลุจุดสูงสุดรอบเกือบ 2 ทศวรรษ

ความกังวลต่อเนื่องว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งทำให้นักลงทุนขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีพุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 19 ปี ขณะที่พันธบัตรอายุ 10 ปีแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่มกราคม 2025 การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการปรับพอร์ตของนักลงทุนที่ลดความเสี่ยงลงท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

การขายทิ้งพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในวงกว้างเกิดจากความกังวลว่านโยบายการเงินอาจต้องคงความตึงตัวไว้นานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ แรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมและการประเมินมูลค่าสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดหุ้นและสกุลเงินเกิดใหม่

ปัจจัยกดดันตลาดที่นักเทรดต้องจับตา

  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวพุ่งสูงสุดในรอบเกือบสองทศวรรษ
  • ความกังวลเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวกดดันนโยบายการเงิน
  • ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยง
  • การปรับพอร์ตของนักลงทุนสถาบันออกจากสินทรัพย์เสี่ยง
  • ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นกระทบการเติบโตเศรษฐกิจ

แม้ว่าความตึงเครียดระหว่างประเทศจะมีสัญญาณคลี่คลายลง แต่ตลาดดูเหมือนจะปรับราคารับข่าวดีนี้ไปแล้วในระดับหนึ่ง การเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมาสะท้อนว่านักลงทุนได้คิดลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ลงไปบ้างแล้ว ทำให้การตอบสนองต่อข่าวบวกอาจไม่รุนแรงเท่าที่ควร

สำหรับนักเทรดในตลาด Forex และสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ การติดตามข้อมูลเงินเฟ้อและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐยังคงเป็นสิ่งสำคัญ การเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐและทิศทางของคู่เงินหลักในตลาด อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3263010/easing-global-tensions-largely-priced-in-by-investors)