ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธนาคารเอ็กซิม) ออกมาเตือนว่าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการส่งออกของกลุ่มธุรกิจนี้อย่างมีนัยสำคัญ

ผู้บริหารธนาคารเอ็กซิมระบุว่า SME ไทยจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การส่งออกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการมองหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพเพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพิงเส้นทางการขนส่งแบบเดิม การปรับตัวนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก

ความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงเส้นทางขนส่ง

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศในช่วงที่ผ่านมาสร้างอุปสรรคให้กับ SME ไทยหลายด้าน ตั้งแต่ต้นทุนค่าระวางเรือที่ผันผวน ไปจนถึงความไม่แน่นอนของเวลาในการจัดส่งสินค้า ปัญหาเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการวางแผนการผลิตและการบริหารสต๊อกสินค้าของผู้ส่งออกรายย่อย

ธนาคารเอ็กซิมในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะทางด้านการส่งออก-นำเข้า มองว่าการปรับตัวของ SME ในช่วงเวลานี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการเติบโตของภาคส่งออกไทยในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและผลิตภัณฑ์เฉพาะทางที่ SME มีความเชี่ยวชาญ

แนวทางรับมือสำหรับผู้ประกอบการ

  • ศึกษาและขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อลดการพึ่งพิงตลาดเดิม
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนโลจิสติกส์ รวมถึงการหาเส้นทางขนส่งทางเลือก
  • เพิ่มความยืดหยุ่นในการวางแผนการผลิตเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของเวลาจัดส่ง
  • ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือทางการเงินและการสนับสนุนจากสถาบันการเงินเฉพาะทาง
  • สร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจในตลาดเป้าหมายใหม่เพื่อเข้าถึงช่องทางจำหน่ายที่หลากหลาย

การเตือนของธนาคารเอ็กซิมสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ SME ไทยต้องปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมองหาโอกาสใหม่และการกระจายความเสี่ยงจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ อ้างอิง: Bangkok Post (https://www.bangkokpost.com/business/general/3245394/thai-smes-urged-to-seek-new-markets-amid-shipping-hurdles)