ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาชี้แจงว่า การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในภาคธนาคารพาณิชย์ของไทยคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานอย่างรวดเร็วเท่าที่หลายฝ่ายกังวล โดยสาเหตุหลักที่ทำให้จำนวนพนักงานธนาคารลดลงในช่วงที่ผ่านมามาจากการปิดสาขาแทน ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไปใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้น

การปิดสาขาเป็นปัจจัยหลักกดดันตลาดแรงงาน

แนวโน้มการปิดสาขาธนาคารพาณิชย์ทั่วประเทศเป็นแรงกดดันสำคัญต่อจำนวนพนักงานในระบบ เนื่องจากลูกค้าหันมาใช้บริการผ่าน mobile banking และช่องทางออนไลน์อื่นๆ มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การปรับโครงสร้างสาขานี้เป็นไปตามกลยุทธ์ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพของธนาคารในยุคดิจิทัล ซึ่งส่งผลให้ความต้องการพนักงานประจำสาขาลดลงตามไปด้วย

ขณะที่เทคโนโลยี AI เริ่มถูกนำมาใช้ในหลายด้านของธุรกรรมทางการเงิน แต่ผู้ว่าการธนาคารกลางมองว่าผลกระทบต่อการจ้างงานจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบทันทีทันใด ธนาคารส่วนใหญ่ยังคงต้องการบุคลากรที่มีทักษะในการให้คำปรึกษาทางการเงินที่ซับซ้อนและการดูแลลูกค้าระดับสูง

ผลกระทบต่อภาคแรงงานธนาคาร

  • การปิดสาขาส่งผลโดยตรงต่อพนักงานประจำสาขาและตำแหน่งสนับสนุนงานสาขา
  • ความต้องการทักษะดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มสูงขึ้นในตลาดแรงงานธนาคาร
  • AI ถูกนำมาใช้เสริมประสิทธิภาพงานมากกว่าทำหน้าที่แทนคนโดยสมบูรณ์
  • ธนาคารปรับโครงสร้างพนักงานไปสู่ทีมงานดิจิทัลและเทคโนโลยีมากขึ้น
  • การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปตามการปรับตัวของอุตสาหกรรม

การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของภาคการเงินไทยที่ต้องสมดุลระหว่างการลดต้นทุนผ่านเทคโนโลยีกับการรักษาคุณภาพการบริการ ธนาคารหลายแห่งเริ่มลงทุนในการพัฒนาทักษะพนักงานเดิมให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ แทนที่จะเลิกจ้างทันที ซึ่งอาจช่วยชะลอผลกระทบด้านลบต่อการจ้างงานในระยะสั้น อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3271396/bank-branch-closures-set-to-hit-staff-more-than-ai)