ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมของไทยในเดือนพฤษภาคม 2026 ปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน ตามรายงานของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ที่เปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา สะท้อนแรงกดดันจากปัจจัยลบหลายด้านที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตของประเทศ
การชะลอตัวของดัชนีครั้งนี้เกิดจากปัจจัยสำคัญหลายประการที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและการขนส่งเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันกิจกรรมการผลิตในหลายอุตสาหกรรมมีแนวโน้มชะลอตัว
ปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นอุตสาหกรรม
นอกจากปัญหาจากภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ภาคอุตสาหกรรมไทยยังเผชิญกับปัญหาโครงสร้างภายในประเทศที่ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องปรับแผนการผลิตและเผชิญกับต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มสูงขึ้น
- สงครามในตะวันออกกลางส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและการขนส่งระหว่างประเทศ
- อัตราการผลิตในหลายอุตสาหกรรมชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า
- ปัญหาการขาดแคลนแรงงานทั้งฝีมือและแรงงานทั่วไปยังคงรุนแรง
- ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกกดดันอุปสงค์ในตลาดส่งออก
- ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นในขณะที่กำลังซื้อภายในประเทศยังอ่อนแอ
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
การร่วงลงของดัชนีความเชื่อมั่นเป็นเดือนที่สามติดต่อกันสะท้อนถึงความท้าทายที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในช่วงครึ่งปีหลัง 2026 นักลงทุนและผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของนโยบายภาครัฐที่อาจออกมาสนับสนุนภาคการผลิต
หากแนวโน้มการลดลงของความเชื่อมั่นยังคงดำเนินต่อไป อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการชะลอการลงทุนและการขยายกำลังการผลิต ซึ่งจะกระทบต่อการจ้างงานและรายได้ของครัวเรือนในวงกว้าง การติดตามตัวเลขเศรษฐกิจในเดือนถัดไปจะเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินทิศทางของภาคอุตสาหกรรมไทย อ้างอิง: Bangkok Post (https://www.bangkokpost.com/business/general/3272249/thailands-industrial-sentiment-falls-for-the-third-straight-month-in-may-2026)



