ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทย (TISI) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องในเดือนเมษายน 2026 มาอยู่ที่ระดับ 85.3 จุด จากระดับ 88.6 จุดในเดือนมีนาคม สะท้อนความกังวลของผู้ประกอบการต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงาน

การร่วงลงของดัชนีครั้งนี้เกิดจากผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่านที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลกผันผวนและมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น สร้างความกดดันต่อต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมไทยที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นสำคัญ

ปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก โดยเฉพาะน้ำมันดิบที่เป็นปัจจัยการผลิตหลักของอุตสาหกรรมหลายสาขา ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทั้งด้านราคาวัตถุดิบและต้นทุนโลจิสติกส์ที่อาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน

  • ราคาพลังงานที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
  • ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นกดดันอัตรากำไรของผู้ประกอบการ
  • ความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานพลังงานระดับโลก
  • ความกังวลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

ผลกระทบต่อตลาดและนักลงทุน

การลดลงของความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเป็นสัญญาณเตือนสำหรับนักลงทุนที่ติดตามสุขภาพเศรษฐกิจไทย เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในเสาหลักของ GDP ประเทศ หากความเชื่อมั่นยังคงอ่อนแอต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อการลงทุนและการจ้างงานในระยะถัดไป ซึ่งจะกระทบต่อกำลังซื้อภายในประเทศ

นักเทรดควรติดตามปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลต่อค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงาน เช่น ปิโตรเคมี ขนส่ง และสายการบิน ซึ่งอาจเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น ในขณะที่กลุ่มพลังงานทางเลือกอาจได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากแนวโน้มการปรับตัวของภาคธุรกิจ

อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3258349/industry-confidence-dips-amid-energy-price-fears)