ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) เปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ในเดือนพฤษภาคม 2026 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 49.5 จุด ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022 การร่วงลงของดัชนีครั้งนี้สะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคไทยต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นผู้บริโภค

การลดลงของดัชนี CCI ต่ำกว่าระดับ 50 จุด ซึ่งเป็นเส้นแบ่งระหว่างการมองโลกในแง่ดีและแง่ร้าย บ่งชี้ว่าผู้บริโภคไทยส่วนใหญ่มีทัศนคติเชิงลบต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นที่อ่อนแอนี้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายภาคครัวเรือน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย

แม้ว่ารายงานจะไม่ได้ระบุสาเหตุเฉพาะเจาะจง แต่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงมักสะท้อนความกังวลในหลายมิติ ทั้งเรื่องรายได้ ต้นทุนค่าครองชีพ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การที่ดัชนีอยู่ในระดับต่ำสุดรอบ 4 ปีชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันเหล่านี้อาจทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

ผลกระทบต่อตลาดการเงินและเศรษฐกิจ

สำหรับนักลงทุนและผู้ติดตามตลาด ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคถือเป็นตัวชี้วัดนำที่สำคัญ เนื่องจากการใช้จ่ายของครัวเรือนคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ของ GDP ไทย ความเชื่อมั่นที่ลดลงอาจนำไปสู่การชะลอตัวของการบริโภค ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจค้าปลีก การบริการ และภาคการผลิตที่เกี่ยวข้อง

  • การใช้จ่ายภาคครัวเรือนอาจชะลอตัว ส่งผลต่อยอดขายปลีกและบริการ
  • ธุรกิจที่พึ่งพาตลาดในประเทศอาจเผชิญแรงกดดันด้านรายได้
  • ค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทยอาจได้รับผลกระทบจากมุมมองเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง
  • ธนาคารกลางอาจต้องพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม
  • ภาคการส่งออกอาจต้องรับภาระมากขึ้นในการขับเคลื่อนการเติบโต

การติดตามดัชนี CCI ในเดือนถัดไปจะเป็นสิ่งสำคัญเพื่อดูว่าแนวโน้มนี้เป็นเพียงชั่วคราวหรือสะท้อนปัญหาโครงสร้างที่ลึกซึ้งกว่า นักเทรดควรจับตามาตรการนโยบายจากภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทยที่อาจออกมาเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น ยอดขายปลีก การจ้างงาน และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ที่จะช่วยยืนยันภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาสนี้ อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3269380/consumer-confidence-at-4year-low)