คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบต่อข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยและภูฏาน ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นปี 2027 ตามที่แหล่งข่าวรายงาน การอนุมัติครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ความหมายต่อการค้าระหว่างประเทศ
ข้อตกลง FTA ไทย-ภูฏานจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายเข้าถึงตลาดได้ง่ายขึ้นผ่านการลดภาษีศุลกากรและอุปสรรคทางการค้า แม้ภูฏานจะเป็นตลาดขนาดเล็กเมื่อเทียบกับคู่ค้าหลักของไทย แต่ข้อตกลงนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ของไทยในการสร้างเครือข่ายการค้าที่กว้างขวางยิ่งขึ้นในภูมิภาค
สำหรับนักลงทุนและผู้ค้า การมี FTA เพิ่มขึ้นหมายถึงโอกาสในการกระจายความเสี่ยงและขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดใหม่ ๆ โดยเฉพาะในสินค้าที่ไทยมีความได้เปรียบ เช่น สินค้าเกษตรแปรรูป อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค
ปัจจัยที่ควรติดตาม
- รายละเอียดการลดภาษีศุลกากรในแต่ละหมวดสินค้าเมื่อข้อตกลงมีผลบังคับใช้
- ขั้นตอนการอนุมัติจากฝ่ายภูฏานและกรอบเวลาการบังคับใช้จริง
- ผลกระทบต่อกลุ่มอุตสาหกรรมไทยที่มีศักยภาพส่งออกไปภูฏาน
- แนวโน้มการเจรจา FTA กับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียใต้
- มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศหลังข้อตกลงมีผลบังคับใช้
การอนุมัติ FTA ไทย-ภูฏานเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการค้าระหว่างประเทศของไทยที่มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่หลากหลาย แม้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดการเงินในระยะสั้น แต่แนวโน้มการขยายตัวของการค้าระหว่างประเทศอาจสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวและส่งผลบวกต่อสกุลเงินบาท อ้างอิง: Bangkok Post (https://www.bangkokpost.com/business/general/3269123/thaibhutan-pact-receives-approval)



