ผลประกอบการของการบินไทย (THAI) คาดว่าจะแตะจุดต่ำสุดในไตรมาสที่สอง ก่อนที่จะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ตามการประเมินของนักวิเคราะห์ การอนุมัติมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวล่าสุดคาดว่าจะช่วยหนุนธุรกิจสายการบินในช่วงครึ่งหลังของปี แม้ว่าราคาน้ำมันเครื่องบินจะมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กลับมาทวีความรุนแรง
ปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของสายการบิน
มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่ได้รับการอนุมัติเมื่อเร็วๆ นี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันอุปสงค์การเดินทางทางอากาศในช่วงครึ่งปีหลัง นักวิเคราะห์มองว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตของธุรกิจสายการบิน โดยเฉพาะการบินไทยที่เป็นผู้ให้บริการหลักในเส้นทางระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญที่สายการบินต้องเผชิญคือต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่มีแนวโน้มสูงขึ้น สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่กลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนและมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรของสายการบินในระยะสั้น
แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าผลประกอบการของการบินไทยในไตรมาสที่สองจะอยู่ในระดับต่ำสุดของปี 2026 เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลต่ำของการท่องเที่ยวในภูมิภาค ประกอบกับต้นทุนการดำเนินงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง การฟื้นตัวของอุปสงค์การเดินทางในช่วงนี้ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามในช่วงครึ่งปีหลัง ได้แก่:
- ประสิทธิผลของมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวต่อจำนวนผู้โดยสาร
- แนวโน้มราคาน้ำมันเครื่องบินและความสามารถในการบริหารต้นทุน
- อัตราการเติมที่นั่ง (Load Factor) ในเส้นทางหลัก
- การแข่งขันจากสายการบินต้นทุนต่ำในภูมิภาค
- สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงาน
แม้ว่าการบินไทยจะเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินในช่วงครึ่งปีหลังยังคงเป็นบวก โดยเฉพาะหากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตามเป้าหมาย นักลงทุนควรติดตามผลประกอบการไตรมาส 2 เพื่อประเมินจุดเปลี่ยนของการฟื้นตัว อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3290362/thai-sees-aviation-recovery-in-h2-despite-fuel-uptick)



