กระทรวงการคลังไทยกำลังเตรียมการปฏิรูประบบสวัสดิการของรัฐบาลอย่างครอบคลุม โดยวางรากฐานสำหรับการนำระบบภาษีเงินได้ติดลบ (Negative Income Tax: NIT) มาใช้ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายการคลังที่สำคัญในการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มรายได้น้อย
ระบบภาษีเงินได้ติดลบคืออะไร
ระบบ NIT เป็นกลไกสวัสดิการที่ผู้มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดจะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล แทนที่จะต้องจ่ายภาษี โดยยิ่งรายได้ต่ำเท่าไร จำนวนเงินที่ได้รับจากรัฐก็จะยิ่งมากขึ้น ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้รับสวัสดิการยังคงทำงานและหารายได้ เนื่องจากการมีรายได้เพิ่มขึ้นจะไม่ทำให้สูญเสียสิทธิ์ทั้งหมดทันที
การเตรียมการครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของภาครัฐในการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณสวัสดิการ และลดความซ้ำซ้อนของโครงการช่วยเหลือต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งอาจนำไปสู่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและการกระจายความช่วยเหลือที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
ผลกระทบต่อนโยบายการคลังและเศรษฐกิจ
การนำระบบ NIT มาใช้จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างรายได้และรายจ่ายของภาครัฐอย่างมีนัยสำคัญ ในระยะเริ่มต้นอาจต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นเพื่อจัดตั้งระบบและจ่ายเงินอุดหนุน แต่ในระยะยาวอาจช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการโครงการสวัสดิการที่กระจัดกระจายได้
- กระตุ้นกำลังซื้อของกลุ่มประชากรรายได้น้อย ส่งผลดีต่อการบริโภคภาคในประเทศ
- ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้และสร้างความเป็นธรรมทางสังคม
- ต้องมีระบบฐานข้อมูลรายได้ที่แม่นยำและครอบคลุมเพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
- อาจส่งผลต่อวินัยการคลังในระยะสั้นหากไม่มีการวางแผนงบประมาณที่รัดกุม
- สร้างแรงจูงใจให้แรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบเพื่อรับสิทธิประโยชน์
สำหรับนักลงทุนและผู้ติดตามตลาดการเงิน นโยบายนี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบายการคลังที่อาจส่งผลต่อการคาดการณ์งบประมาณและการขาดดุลงบประมาณของไทยในอนาคต การติดตามรายละเอียดการออกแบบระบบและกรอบเวลาการดำเนินการจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินผลกระทบต่อตลาดพันธบัตรรัฐบาลและค่าเงินบาท
อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3266634/officials-inch-towards-negative-income-tax)



