กรมธุรกิจพลังงาน (DOEB) ออกมายืนยันว่าประเทศไทยจะไม่เผชิญปัญหาการขาดแคลนน้ำมันดิบในเดือนสิงหาคม 2026 แม้สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางจะยังดำเนินต่อเนื่อง โดยระบุว่าปริมาณน้ำมันดิบที่มีอยู่เพียงพอต่อการดำเนินงานของโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งภายในประเทศ

การยืนยันของกรมธุรกิจพลังงานในครั้งนี้เป็นสัญญาณบวกต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภคในประเทศ ท่ามกลางความกังวลเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานที่อาจได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันดิบสำคัญของโลก

ปัจจัยที่รองรับความมั่นคงด้านพลังงานของไทย

แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยังไม่คลี่คลาย แต่ไทยสามารถรักษาเสถียรภาพด้านอุปทานน้ำมันดิบได้ผ่านกลไกหลายประการ การที่โรงกลั่นทั้ง 6 แห่งของประเทศมีแหล่งจัดหาน้ำมันดิบที่หลากหลายและมีสต็อกสำรองที่เพียงพอ ช่วยลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของอุปทานจากภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง

  • โรงกลั่นในประเทศมีแหล่งจัดซื้อน้ำมันดิบที่กระจายความเสี่ยงจากหลายภูมิภาค
  • ระดับสต็อกน้ำมันดิบคงคลังอยู่ในเกณฑ์ที่เพียงพอต่อการดำเนินงานต่อเนื่อง
  • กลไกการบริหารจัดการพลังงานของภาครัฐมีประสิทธิภาพในการรับมือกับความผันผวน
  • ตลาดน้ำมันโลกยังคงมีอุปทานจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากตะวันออกกลาง
  • ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ผลกระทบต่อตลาดพลังงานและนักลงทุน

การยืนยันของกรมธุรกิจพลังงานช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดพลังงานในประเทศ และอาจช่วยลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันในตลาดภายในได้ระดับหนึ่ง นักลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานและธุรกิจที่เกี่ยวข้องควรติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก

แม้ว่าไทยจะมีความมั่นคงด้านอุปทานในระยะสั้น แต่นักเทรดควรจับตาปัจจัยพื้นฐานของตลาดน้ำมันโลก รวมถึงนโยบายการผลิตของ OPEC+ และแนวโน้มความต้องการพลังงานของเศรษฐกิจโลก ซึ่งล้วนมีผลต่อทิศทางราคาน้ำมันในระยะข้างหน้า อ้างอิง: [Bangkok Post](https://www.bangkokpost.com/business/general/3295599/thailand-to-avoid-mideast-war-oil-shock)