มือใหม่ส่วนใหญ่หมกมุ่นกับการหาจุดเข้าที่แม่นที่สุด แต่ความจริงที่ผมอยากบอกคือ สิ่งที่ทำให้พอร์ตอยู่รอดข้ามปีไม่ใช่ความแม่น แต่คือการบริหารความเสี่ยง
1. กำหนดความเสี่ยงต่อไม้
กฎพื้นฐานที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้คือเสี่ยงไม่เกิน 1-2% ของพอร์ตต่อหนึ่งไม้ หมายความว่าถ้าพอร์ตมี 1,000 USD เรายอมขาดทุนต่อไม้ไม่เกิน 10-20 USD การจำกัดความเสี่ยงแบบนี้ทำให้แม้แพ้ติดกันหลายไม้ พอร์ตก็ยังไม่พัง
2. คำนวณ Lot จาก Stop Loss
ขนาด Lot ไม่ควรตั้งมั่ว แต่ต้องคำนวณย้อนจากระยะ SL และความเสี่ยงที่ยอมรับได้
- กำหนดก่อนว่ายอมเสียกี่ดอลลาร์ต่อไม้ (เช่น 1% ของพอร์ต)
- วัดระยะ SL เป็น pip จากจุดเข้า
- คำนวณ Lot ให้ระยะ SL คูณมูลค่าต่อ pip เท่ากับจำนวนเงินที่ยอมเสีย
- ใช้เครื่องคำนวณ Position Size ช่วยได้ จะแม่นและเร็วกว่าคำนวณมือ
3. Risk-Reward (RR) สำคัญกว่าความแม่น
RR คืออัตราส่วนกำไรที่คาดหวังต่อความเสี่ยง เช่น RR 1:2 หมายถึงเสี่ยง 1 เพื่อกำไร 2 ถ้าเราเทรดด้วย RR 1:2 แม้ชนะแค่ 40% ของไม้ พอร์ตก็ยังโตได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการตั้ง TP ให้ไกลกว่า SL ถึงสำคัญ
เราไม่จำเป็นต้องแม่นทุกไม้ ขอแค่ตอนถูกได้เยอะ ตอนผิดเสียน้อย
4. กฎเหล็กที่ห้ามแหก
- ตั้ง SL ทุกไม้ ไม่มีข้อยกเว้น ไม่เทรดเปลือย
- ห้ามถัวเฉลี่ยขาดทุนเพื่อเอาคืน (Martingale คือทางลงเหว)
- ห้ามเทหน้าตัก (ALL IN) แม้มั่นใจแค่ไหน
- ถ้าขาดทุนถึงเพดานต่อวันที่ตั้งไว้ ให้หยุด อย่ารีเวนจ์เทรด
การบริหารความเสี่ยงไม่ตื่นเต้นและไม่หวานหมู แต่มันคือเส้นแบ่งระหว่างคนที่อยู่ในตลาดได้ยาวกับคนที่ล้างพอร์ต ครับ